หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 830

สรุปบท ตอนที่ 830: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

สรุปตอน ตอนที่ 830 – จากเรื่อง หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดย Jaroen

ตอน ตอนที่ 830 ของนิยายโรแมนติกโบราณเรื่องดัง หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดยนักเขียน Jaroen เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญในเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยปม ตัวละครตัดสินใจครั้งสำคัญ หรือฉากที่ชวนให้ลุ้นระทึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้อ่านที่ติดตามเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง

คนเฒ่าคนแก่หากลาโลกไปพร้อมปมในใจ นั่นควรจะเป็นความเสียใจระดับใดกัน

“นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรจะตอบแทนให้กับนายหญิงใหญ่” ลู่เจาเจายิ้มระรื่นไม่อธิบายสิ่งใด ปุโรหิตเยาว์วัยมองนางหนึ่งสายตา

ลู่เจาเจามองไปที่มุมของศาลบรรพชน

ที่นั่น มีป้ายวิญญาณไร้ชื่ออยู่หนึ่งแผ่น

ซางเฮ่อหลี่มองตามสายตาของนาง เอ่ยด้วยแววตาอ่อนโยน “นายหญิงใหญ่ใจบุญสุนทาน เคยเก็บกระดูกที่แตกหักมาได้ท่อนหนึ่งโดยมิได้ตั้งใจ ขนาดประมาณนิ้วโป้ง คล้ายกับเคยถูกฟ้าผ่ามาก่อน หลายส่วนจึงมีสีดำ

“นายหญิงใหญ่ได้ยินว่า ผู้ที่ร่างสลายกระดูกแตกไม่อาจกลับมาเกิดใหม่ จึงนำกระดูกที่หักนั้นมาไว้ในตระกูล ให้มันได้รับควันธูปทุกวัน ซักวันหนึ่งอาจได้กลับมาเกิดใหม่”

ลู่เจาเจาส่งเสียงอืม “ข้ารู้”

ไม่มีใครเข้าใจดีไปมากกว่าข้าอีกแล้ว

ปุโรหิตเยาว์วัยประหลาดใจจึงมองนางอีกครั้ง เรื่องนี้มิเคยแพร่งพรายออกไป นางรู้ได้อย่างไร?

ลู่เจาเจา...

เพราะว่า นั่นคือกระดูกที่แหลกสลายในตอนที่สังเวยตนของข้าเอง

ตระกูลซางบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภเซิ่งเหอ

พลังของเซิ่งเหอมาจากดวงดาราในท้องฟ้า ดังนั้นตระกูลซางเรียกเทพเจ้ามักจะเป็นช่วงกลางคืนเสมอ

“พวกเจ้ามีสัตว์เทพหรือไม่?” ลู่เจาเจาถามเสียงเบา

ปุโรหิตเยาว์วัยในชุดสีครามส่ายหน้าเบาๆ “เดิมสัตว์ผู้พิทักษ์ของตระกูลเราคือฉีหลิน แต่ดวงวิญญาณเทพไม่ตอบรับตระกูลซาง จึงดูแลฉีหลินไม่ได้”

“จนถึงวันนี้ ตระกูลซางไม่มีสัตว์พิทักษ์ตระกูล”

ซางเฮ่อหลี่น้ำเสียงเจือความหดหู่เสียใจ

“ในตอนที่ตระกูลซางมีเทพเจ้าแห่งโชคลาภคุ้มครองนั้น ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลซางคือการประทานพร”

“พรจากตระกูลซางช่วยนำเคราะห์ดีมาให้คุ้มกันภัยร้าย ให้ชาวเมืองได้รับโชคลาภ เสียดายก็แต่ที่...”

“พวกข้าไม่อาจได้รับบารมีของเทพเซิ่งเหอแล้ว”

ซางเฮ่อหลี่พูดจบก็นำคนในตระกูลไปยังด้านหน้าเครื่องสักการะ

ดวงดาราเต็มท้องฟ้า แต่พวกเขาไม่อาจเรียกพลังเทพมาได้แม้แต่น้อยดังเช่นเดิม

ลู่เจาเจาถอนหายใจเบาๆ

“เขาจะให้พลังกับพวกเจ้าได้อย่างไร? ในตอนนี้เขาเป็นผีโชคร้ายตนหนึ่ง... แท้จริงแล้วข้าช่วยเจ้าเรียกได้เล็กน้อย...” ลู่เจาเจาเกาศีรษะ แม้รอยย่นเล็กๆ บนหน้าผากของนางก็หายไป

“แต่ว่า หากตระกูลซางยังไม่มีพลังเทพ น่ากลัวว่าไม่สามารถรักษาร่างไว้ที่หนานตูได้ ทั้งยังทำลายพลังแห่งควันธูปของเซิ่งเหอ...”

ในฐานะที่ตระกูลซางเป็นผู้ศรัทธาเซิ่งเหอ ทุกปีเดินทางไปทั่วแคว้น เพื่อประกาศชื่อของเซิ่งเหอ เพื่อให้ควันธูปของเขารุ่งเรืองยิ่งขึ้น

ท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดมิด ดวงดาราสว่างไสว เฉกเช่นดิ้นผ้าแพรหลากสีสวยงาม สะท้อนแสงระยิบระยับ

มือน้อยๆของลู่เจาเจาโบกกลางอากาศครั้งหนึ่ง

ท้องฟ้าช่วงค่ำคืนช่างเร้นลับ พลังพัดผ่านเป็นระลอกระลอก แสงจากดาราหยดย้อยออกจากดวงดาวทั่วฟ้า....

“พลังของเทพเจ้าเซิ่งเหอ...” คนตระกูลซางกล่าวเสียงต่ำ

เลือดทั่วกายของซางเฮ่อหลี่เดือดพล่าน ดวงตาว่างเปล่าจ้องมองไปยังแสงดาวนับไม่ถ้วนที่มุ่งมายังตัวเขา

ไม่สิ....

พวกมันมายังฝ่ามือที่แบออกของลู่เจาเจา

หยดแสงดาว ดังเช่นกลุ่มก้อนหลากสีอันยิ่งใหญ่ ผลิบานอยู่บนมือของนาง

ลู่เจาเจาผลักกลุ่มแสงดาวเข้ากลางอกของซางเฮ่อหลี่อย่างช้าๆ ซางเฮ่อหลี่ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็รู้สึกถึงพลังเทพเจ้าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต

เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์อย่างที่สุด พลังของกลุ่มดวงดารา

บริสุทธิ์กว่าพลังที่เทพเจ้าประทานให้ ทั้งน่ายำเกรง

ตระกูลซางล่องลอยในอากาศ ล้อมรอบด้วยพลังอันนับไม่ถ้วนของหมู่ดาว

ลูกศิษย์ตระกูลซางทั้งหมดจ้องไปยังนางด้วยความศรัทธาและความรู้สึกขอบคุณ ลู่เจาเจาหันกลับมากล่าวกับเซี่ยอวี้โจว “ท่านพ่อของเจ้าหนีไปแล้วหรือไม่?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์