หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 903

สรุปบท ตอนที่ 903: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

สรุปตอน ตอนที่ 903 – จากเรื่อง หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดย Jaroen

ตอน ตอนที่ 903 ของนิยายโรแมนติกโบราณเรื่องดัง หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดยนักเขียน Jaroen เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญในเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยปม ตัวละครตัดสินใจครั้งสำคัญ หรือฉากที่ชวนให้ลุ้นระทึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้อ่านที่ติดตามเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง

“ฮองเฮาแห่งตำหนักประจิม? ไม่สมเหตุสมผล หนิงเอ๋อร์ไร้ที่พึ่งพิง หากได้เป็นฮองเฮาแห่งตำหนักประจิมขึ้นมาจริงๆ มีแต่จะถูกกำจัดทิ้งเท่านั้น”

“เจาเจาโชคดีที่ได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์จากแคว้นใต้ไปบ้างใช่หรือไม่ แต่นางยังเด็กเกินไป”

สวี่สืออวิ๋นได้แต่หัวเราะเบาๆ พร้อมกับจูงมือลู่เจาเจาเดินออกไป

“เอาเถิด ข้าเข้าใจแล้ว แล้วข้าจะบอกให้ท่านแม่ส่งหนังสือสมรสในเพลานั้นกลับมาให้ท่าน”

ในยามที่ฮ่องเต้เฒ่าตกหน้าผาจนสูญเสียความทรงจำ เขาจึงใช้นามแฝงมาตลอด หลังจากแต่งงานกับแม่ของนาง ยังได้รับหนังสือสมรสอีกด้วย

หนังสือสมรสที่คนเขาไม่ยอมรับ จะฝืนกันไปเพื่ออะไร

ลู่เจาเจาหันไปมองฮ่องเต้เฒ่าที่กำลังกำชับบางอย่างกับราชครูอย่างตั้งใจ

“เดิมทีที่เขาไม่อยากมอบตำแหน่งฮองเฮาให้กับท่านยาย เพราะท่านยายช่วยเหลือแคว้นใต้ไม่ได้ใช่หรือไม่” ลู่เจาเจาถามขึ้นเสียงเบา

สวี่สืออวิ๋นก้มหน้ามองบุตรสาวและพยักหน้าอย่างเชื่องช้า “ใช่แล้ว”

“แต่ตอนนี้เขา...”

สวี่สืออวิ๋นหัวเราะเยาะ “ตอนนี้น่ะหรือ เขาอยากมีชีวิตอมตะ อยากมีชีวิตยืนยาว อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เห็นทีตำแหน่งฮองเฮาไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้!”

“เผ่าภูติมีนิสัยเรียบง่ายไร้เดียงสา ข้าเกรงว่าพวกนางจะถูกเขาหลอก!” สวี่สืออวิ๋นถอนหายใจด้วยความหดหู่

เขาคือบุรุษไร้หัวใจที่โหดเหี้ยมที่สุด!

“เจาเจา เจ้าควรระวังตัวเอาไว้ เจ้าฆ่าทุกคนในตระกูลซูและยังหลบหนีออกจากคุกมาได้ ฮองเฮาต้องไม่ปล่อยเอาไว้แน่!”

ลู่เจาเจาพยักหน้าพร้อมกับยิ้มหวาน

“ไม่ต้องห่วงนะ ท่านแม่ เจาเจาจะเป็นเด็กดีและเชื่อฟัง”

ใครจะไปคิดว่าเด็กตัวเล็กคนนี้เกือบทำให้แดนเทพต้องถล่มทลาย

สองแม่ลูกเดินจูงมือกันไปที่หน้าประตูวัง โดยมีหรงเช่อยืนรออยู่แล้ว

เขาประคองสวี่สืออวิ๋นขึ้นไปบนรถม้า ก่อนจะอุ้มเจาเจาตามขึ้นไป

“เผ่าภูติ?”

“ข้าเคยเห็นผ่านตาในหนังสือโบราณ ว่ากันว่าเผ่าภูติเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีใจคิดเป็นอื่น ราชินีเผ่าภูติถูกกำหนดมาตั้งแต่แรก ราวกับสืบทอดกันมาอย่างน่าประหลาด…”

“หากพวกเขาตามหาจนเจอ และทำให้อายุยืนยาวได้สำเร็จ ถือว่าสวรรค์คงไร้ดวงตาจริงๆ” หรงเช่อเม้มริมฝีปาก

“อย่าบอกเรื่องนี้กับแม่ของเจ้าเลย ประเดี๋ยวนางจะช้ำใจ”

ฮ่องเต้เฒ่าละโมบและไร้หัวใจ ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน

จู๋มั่วนั่งอยู่หน้ารถม้าพร้อมถือแส้อยู่ในมือ เขาเกิดมาเป็นมังกรจึงมีความสามารถในการควบคุมสัตว์ทั้งหมด

ม้าวิ่งเหยาะๆ ไปตามทางอย่างเชื่อฟังด้วยตัวสั่นเทา

เสื้อคลุมลายดอกไม้สีแดงบนตัวทำให้เขารู้สึกสบายใจเป็นพิเศษ

มังกรดำแสนเย็นชานั่งอยู่บนรถม้า เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นจึงพบว่าริมถนนเต็มไปด้วยเสื้อคลุมดอกไม้สีแดง

เขาก้มศีรษะลงพร้อมกับพึมพำ “ร้านที่ขายเสื้อคลุมดอกไม้สีแดงควรจ่ายเงินให้ข้าเพิ่ม!”

แต่ไม่ถึงกับอ้วนท้วนจนเกินงาม

กลับดูน่ารักน่าเอ็นดูเสียมากกว่า

ใครเห็นก็ต้องอยากหยิก

“นางกินเนื้อมากเกินไป ข้ากลัวว่านางจะท้องอืด...” สวี่สืออวิ่นยังจำตอนที่นางกินอิ่มจนนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดี

“วันนี้รีบเข้านอนพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้จะเป็นวันสู่สวรรค์ของเทพธิดา ต้องมีอะไรสนุกๆ ให้ดูอย่างแน่นอน”

สวี่สืออวิ๋นพูดด้วยความเย็นชาในน้ำเสียงนั้น

ฮ่องเต้เฒ่าถูกวางยาพิษจากธิดาแสนกตัญญู ช่างน่าสนใจเหลือเกิน

ยังต้องรอดูพิธีสู่สวรรค์ขอหนานจืออี้อีก จงอดทนเอาไว้!

ในตอนกลางคืน สวี่สืออวิ๋นโกรธมากจนนอนไม่หลับ

เมื่อเห็นว่านางรู้สึกไม่ดี หรงเช่อจึงเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ

ทว่ากลับเห็นหิ่งห้อยมากมายบินอยู่เหนือห้องนอนของฮูหยินใหญ่หนิง

ฮูหยินใหญ่ดูเหมือนจะเปิดหน้าต่างและยื่นมือออกมา

หิ่งห้อยบินลงมาเกาะปลายนิ้วของนางทีละตัวๆ

“ข้ารู้สึกว่าท่านแม่ดูแปลกไป แต่ข้าไม่รู้ว่าแปลกไปอย่างไร มันเหมือนรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ” หรงเช่อพูดพร้อมมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหิ่งห้อย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์