หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ นิยาย บท 906

สรุปบท ตอนที่ 906: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์

อ่านสรุป ตอนที่ 906 จาก หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ โดย Jaroen

บทที่ ตอนที่ 906 คืออีกหนึ่งตอนเด่นในนิยายโรแมนติกโบราณ หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์ ที่นักอ่านห้ามพลาด การดำเนินเรื่องในตอนนี้จะทำให้คุณเข้าใจตัวละครมากขึ้น พร้อมกับพลิกสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เขียนโดย Jaroen อย่างเฉียบคมและลึกซึ้ง

“ขอบพระคุณเทพธิดาที่อวยพร ขอบพระคุณเทพธิดาที่อวยพร หยวนหยวน หยวนหยวน หลานสุดที่รักของข้า ในที่สุดก็ฟื้นเสียที หากเจ้าเป็นอะไรขึ้นมา ข้าจะอยู่ต่อไปอย่างไร...” หญิงชรากอดหลานสาวไว้แน่นด้วยสีหน้าซาบซึ้งในพระคุณ

เมื่อทุกคนเห็นเทพธิดาแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการช่วยเหลือเด็กคนนั้นไว้ ทุกคนจึงแทบคลั่งไคล้ทันที

ก่อนจะพากันโห่ร้องเรียกเทพธิดากัน

ในเพลานี้ ราชครูกำลังยืนอยู่หน้าแท่นบูชาและพาราชวงศ์เริ่มต้นพิธีบูชา

สวี่สืออวิ๋นเป็นธิดาของฮ่องเต้เฒ่าที่เติบโตอยู่ข้างนอกก็จริง แต่เนื่องจากฮูหยินหนิงไร้ซึ่งสถานะ พิธียอมรับบรรพบุรุษจึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

เพราะเหตุนี้นางจึงไม่มีชื่ออยู่ในสาแหรกราชวงศ์

แม้ว่าโลกภายนอกจะรู้ว่านางคือธิดาที่เคยหายตัวไป แต่ราชวงศ์กลับไม่ได้ประกาศให้ทั้งใต้หล้ารับรู้อย่าจริงจัง

เพลานี้นางกับลู่เจาเจาจึงไม่ได้ขึ้นแท่นบูชาไปพร้อมกับราชวงศ์คนอื่นๆ

ขณะที่ราชครูกำลังท่องบทบูชาอยู่นั้น...

สวี่สืออวิ๋นพลันก้มลงไปมองลู่เจาเจาและเห็นว่านางกำลังนั่งทำท่าทางเคร่งขรึมอยู่บนเก้าอี้ โดยมีน้ำมันไหลเยิ้มอยู่ที่มุมปาก

สวี่สืออวิ๋น “!”

“นี่เจ้าไปเอาน่องไก่มาจากที่ใด” ผุู้เป็นแม่ถามด้วยน้ำเสียงเฉียบคม

เมื่อลู่เจาเจาได้ยินเสียงแม่ นางจึงก้มศีรษะลงเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของนาง

ก่อนจะรีบยัดน่องไก่เข้าปากแล้วแอบทิ้งกระดูกไก่ไว้ใต้เก้าอี้

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แก้มของนางจึงโป่งพองราวกับหนูแฮมสเตอร์

นางปิดปากแน่นพร้อมกับยิ้มโดยไม่ยิงฟัน

เปลือกตาของสวี่สืออวิ๋นพลันกระตุกอย่างรุนแรง

สายตาของนางมองไปทางโต๊ะแท่นบูชาในพิธีสู่สวรรค์

เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น นางแทบเป็นลมหมดสติไปทันที

ตูดไก่และน่องไก่บนโต๊ะแท่นบูชาข้างหน้าราชวงศ์หายไปแล้ว! เด็กคนนี้ขโมยไปตั้งแต่เมื่อใดกัน

ลู่เจาเจามีของกินมากมายอยู่ในปาก ไม่กล้าพูดออกมา ดังนั้นจึงทำได้แค่เอามือปิดปากแล้วเคี้ยวเท่านั้น

เทพเจ้าตัวจริงกำลังขโมยน่องไก่มากิน

ในขณะที่เทพธิดาตัวปลอมกำลังแสดงความเมตตากรุณา

ใครก็ตามที่ได้เห็นต้องยอมรับเทพธิดาหนานจืออี้เป็นธรรมดา

สวี่สืออวิ๋นถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าดูตัวปลอมนั่นสิ เลียนแบบได้เหมือนเชียว” พร้อมมองด้วยสายตาสงสัย แปลกจริง หนานจืออี้สามารถแสดงปาฏิหาริย์ต่อหน้าคนอื่นได้จริงหรือ

หากนางไม่ได้แอบได้ยินความคิดของลู่เจาเจา นางเองก็ไม่มีทางเชื่อว่าเด็กคนนี้เป็นเทพเจ้าตัวจริง!

สวี่สืออวิ่นพลันขมวดคิ้วแน่น นี่พวกนางเห็นชีวิตมนุษย์เป็นอะไรกันแน่

หนานจืออี้เบนสายตาไปมองที่ลู่เจาเจา

มุมริมฝีปากของนางโค้งเล็กน้อย ดวงตาฉายแววดูถูกเหยียดหยาม

เจ้าปลุกสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ของแคว้นใต้ได้ แล้วมันจะอย่างไรเล่า มันไม่มีค่าหรอกเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพธิดากลับชาติมาเกิด!

“เสด็จตาเพคะ องค์หญิงเจาหยางสังหารตระกูลซูทั้งหมด เสด็จยายอยู่กับท่านมานานและให้กำเนิดธิดาโอรส เมื่อแก่ชรากลับถูกทำลายตระกูลจนหมดสิ้น ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับเสด็จยายนะเพคะ”

“ลู่เจาเจาถูกจองจำอยู่คุก ก่อนจะใช้โอกาสตอนวิญญาณผู้พิทักษ์ออกมา หลบหนีตามออกมาด้วย เพียงแค่นี้จะลบล้างบาปที่นางสังหารหมู่ทุกคนในตระกูลซูได้จริงหรือ”

“อย่าปล่อยให้คนร่วมเรียงเคียงหมอนต้องเจ็บปวดใจเลยเพคะ” หนานจืออี้พูดโน้มนำ

ก่อนจากไปนางต้องแก้ปัญหาใหญ่ให้ท่านแม่กับท่านยายเสียก่อน!

การแสดงออกของสวี่สืออวิ๋นดูเฉยเมย “ตระกูลซูส่งคนไปสังหารหมู่ชาวบ้านเถาหยวน พวกเขาไม่ต้องรับโทษบ้างเลยหรือ”

หนานจืออี้พลันทำท่าเคร่งขรึมจริงจัง

“แสดงหลักฐานออกมาสิ อย่าพูดให้ร้ายคนอื่นเฉยๆ เช่นนี้!”

“เสด็จยายจิตใจดีงาม นางถือเป็นสตรีตัวอย่าง นางจะทำร้ายหมู่บ้านเถาหยวนได้อย่างไร เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระ!” หนานจืออี้ยืนอยู่ด้านบนยอดสูง ราวกับว่าต้องการแก้ไขปัญหานี้ต่อหน้าทุกคน

“อย่างนั้นหรือ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์