“คุณต้องนอนลง”
“งั้นคุณต้องเอาใจผม” เขาดูเหมือนเด็กเตรียมอนุบาลที่ไม่มีเหตุผล
ฉันลังเลไปครู่หนึ่ง ก็ได้ยังไงเขาก็ไม่เห็นอยู่แล้ว
ฉันขยับเข้าไปใกล้แก้มของเขา ใบหน้าของเขามีไอร้อนราวกับกองไฟ
ขนตาของเขาทั้งงอนทั้งยาว จมูกก็สูงโด่งเป็นสัน สีชิงชวนหล่อจริงๆ อีกอย่างความหล่อของเขาคือหล่อเข้าไส้
ไม่ว่าคุณจะชอบชายหน้าสวยหรือชายแมนๆ สีชิงชวนก็ดูเหมือนจะตรงสเป็คทุกอย่าง
นิสัยของเขาเป็นคนร้ายไม่มีเหตุผล แต่หน้าตากลับเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนไม่ว่าจะหนุ่มสาวเล็กแก่ต่างก็รู้สึกว่าหล่อแบบนั้น
ฉันมองเขาจนรู้สึกสับสน
ดูเหมือนว่าฉันจะไม่เกลียดสีชิงชวนแล้ว หรือพูดอีกอย่างคือฉันเคยเกลียดเขาด้วยเหรอ?
ริมฝีปากของฉันเข้าใกล้หน้าผากของเขากำลังจะจูบลงไป จู่ๆ หัวของสีชิงชวนก็หลุดออกจากมือของฉัน ใบหน้าของเขาขยับขึ้นมา จากนั้นริมฝีปากของฉันเลยประจบลงที่ปากของเขาพอดี
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพูดออกมาผ่านช่องระหว่างริมฝีปากชองเรา “เซียวเซิงคุณขโมยจูบผม”
ฉันโกรธอยากจะขัดขืน แต่กลับถูกเขากดไว้บนโซฟา
จูบของเขาต่างกันทุกครั้ง
บางครั้งก็ดุดันมากบางครั้งก็อบอุ่นมาก
และครั้งนี้เขาที่หลับตาอยู่อบอุ่นมาก ถึงแม้เขาจะกดฉันไว้บนโซฟาก็ตาม แต่ร่างกายของเขากลับไม่ได้ทับลงมาด้วย ร่างกายของเขาหยุดอยู่กลางอากาศเหมือนกำลังวิดพื้นอยู่ทำเอาฉันรู้สึกเหนื่อยแทน
หัวใจของฉันเต้นระทึกแทบทะลุอยู่ภายในอก
ราวกับเป็นโรคหัวใจอย่างไรอย่างนั้น
เต้นรัวกระทั่งละริมฝีปากออก สีชิงชวนพิงหัวไหล่ฉันพึมพำเสียงต่ำ “ขโมยจูบผม”
จริงๆ ฉันควรจะเถียงเขาแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่
เขานอนอยู่ข้างๆ ฉันเหมือนเด็กน้อย เราทั้งสองนอนเบียดอยู่บนโซฟาคับแคบเขาจึงกอดฉันไว้ในอ้อมกอดของเขาอย่างแน่นหนาไม่ให้ฉันตกลงไป
ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของเขา มันทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเขา
ฉันตื่นขึ้นอยู่บนเตียง ส่วนสีชิงชวนนั่งดูคอมพิวเตอร์บนโซฟาข้างเตียง
ฉันสังเกตว่าช่วงนี้จะหลับลึกเป็นพิเศษ ขนาดเขาอุ้มฉันมานอนบนเตียงฉันยังไม่รู้สึกตัวเลย
ฉันลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วมองเขาอย่างมึนงง “ตอนนี้กี่โมงแล้ว”
เขาก้มมองนาฬิกา “ห้าโมงเย็น”
มิน่าฉันถึงรู้สึกหิวโซขนาดนี้หนึ่งวันผ่านไปง่ายๆ แบบนี้เลย
ฉันเดินไปดูดวงตาของเขา “หายดีขึ้นมากแล้ว ไม่แดงขนาดแล้วด้วย”
“อืม ไม่เจ็บขนาดนั้นแล้วด้วย ทำไมถึงได้ผลขนาดนี้นะ?”
“คุณต้องเชื่อในพลังของสมุนไพรจีน”
“ผมว่าเป็นหมอผีมากกว่า ใช้แค่ดอกไม้ก็รักษาผมให้หายได้”
“คุณไม่ต้องสนว่าใช้วิธีอะไร ขอแค่มันได้ผลก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดี”
เขายักไหล่เห็นด้วย
ส่วนฉันหิวโซ “หิวจัง”
“กินอะไรดี?”
“อืม” ฉันครุ่นคิดอยู่สักพัก “อยากกินพิซซ่า”
“โอเค เดี๋ยวให้ยัยเซ่อเบธไปสั่ง” สีชิงชวนกดกริ่งเรียกให้ยัยเซ่อเบธไปสั่งพิซซ่า ฉันเลือกไปหลายหน้ามากยัยเซ่อเบธเลยถามว่า “คุณกินหมดเหรอคะ?”
“เธอก็ช่วยฉันกินไง”
“ฉันไม่มีกระเพาะอาหารค่ะ”
“ไม่นะ” ฉันพูดต่อ “เธอไม่มีปากต่างหาก”
ฉันหัวเราะร่า ส่วนยัยเบธเดินจากไปหน้าหงอย
ฉันเองก็ไม่รู้ว่าแกล้งหุ่นยนต์จะสนุกขนาดนี้ สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย
พิซซ่าของฉันมาถึงไวมาก ฉันคิดไม่ถึงว่าสีชิงชวนจะไม่กินพิซซ่า
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...