ฉันชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางที่เปิดอยู่ใบนั้น “นั่นไง…ใบนั้นแหละ”
เขาเดินไปค้นแล้วพูดด้วยความรังเกียจ “คุณไปเกาะด้วยของพวกนี้เหรอ? คุณจะไปลองใช้ชีวิตในชนบทหรือไง?”
“ใครจะไปรู้เล่าว่าคุณจะให้ฉันไปเกาะสุริยากับคุณ อีกอย่างฉันถูกคุณลากออกมาจากบ้านสีก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรเลยน่ะ!”
เขาขมวดคิ้ว “เดี๋ยวผมให้ป๋ออวี่ส่งเสื้อผ้ามาให้”
“ไม่ต้องหรอกใช้เขาทุกครั้ง ฉันเกรงใจ”
“เอาอย่างงี้เดี๋ยวผมไปซื้อกับคุณ” เขาดึงมือของฉัน “ไป…ไปซื้อของกัน”
“ไม่เอาแล้ว” ฉันขัดขืน แต่ก็ถูกเขาลากออกจากห้องอยู่ดี
สีชิงชวนเป็นคนสาธารณะ ถ้าฉันออกไปคนเดียวจะไม่มีใครจำได้ แต่ถ้าสีชิงชวนไปด้วยก็จะไม่เหมือนกันต้องหันมามองแน่ๆ ร้อยเปอร์เซ็น
อีกอย่างเขายังจับมือฉันไว้ด้วย ฉันพยายามขัดขืน แต่เขาก็ยิ่งจับแน่น “ถือโอกาสเปิดตัวด้วยเลยแล้วกัน”
“อีกไม่กี่วันฉันก็จะช่วยคุณแถลงข่าวแล้ว ไม่ต้องเปิดตัวหรอก”
“ทำไปแล้ว” มือของเขาจับมือฉันเข้าร้านแบรนด์เนมร้านหนึ่ง “คุณน่าจะชอบเสื้อผ้าร้านนี้นะ”
เขาตาดีพอสมควร เพราะฉันชอบจริงๆ
ฉันถามเขา “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบ?”
“ผู้หญิงที่สไตล์คล้ายๆ คุณมีเกลื่อนไปหมดบนถนนสายนี้”
ไม่ต้องหวังว่าจะได้ยินคำพูดดีๆ ออกจากปากเขาเลย
พนักงานรีบเข้ามาต้อนรับพวกเรา แต่เมื่อหล่อนรู้ว่าคนข้างๆ ฉันคือสีชิงชวนหล่อนก็ตื่นเต้นจนน้ำเสียงเปลี่ยนไป
“คุณสี?”
“เอาเสื้อผ้าทั้งหมดบนแถวนั้นมาให้คุณนายของผมลองที”
“เยอะไปแล้วคุณ” ฉันพูดเสียงเบา “คราวก่อนเฉียวอี้ก็เป็นบ้าซื้อเสื้อให้ฉันเยอะเป็นกอง”
“เมื่อไหร่?”
“สองสามอาทิตย์ก่อนได้มั้ง”
“หมดอายุแล้ว” เขาพูดกับฉันอย่างมีเหตุผล
ฉันหมดคำจะพูด “เสื้อเมื่อปีก่อนฉันยังใส่อยู่เลย แต่เสื้อที่ผ่านมาสองอาทิตย์คุณก็ว่าหมดอายุแล้วงั้นเหรอ”
“แบบนี้จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจได้ยังไง อย่างน้อยตอนนี้คุณก็เป็นคุณนายที่แท้จริงของเศรษฐีแล้วนะ” เขาจับไหล่ฉันแล้วยัดเสื้อผ้าที่พนักงานนำมาให้ไว้ในอ้อมกอดของฉัน “ไปลองไป”
ฉันถูกเขาผลักเข้าไปในห้องลองเสื้อ ทั้งสีและสไตล์ของชุดที่สีชิงชวนเลือกมาให้สวยทุกชุดและยังมีการดีไซน์เว้าช่วงเอวนิดหน่อยแบบที่ฉันชอบอีกด้วย
แต่ฉันรูดซิปไม่ถึงทำได้เพียงแง้มประตูเรียกพนักงานมาช่วย
ไม่นานก็มีคนเปิดประตูเข้ามา ฉันหันหลังให้กับประตู “รบกวนคุณแล้ว”
“ไม่รบกวนครับด้วยความยินดี”
ทำไมเป็นเสียงของสีชิงชวนล่ะ?
ฉันรีบหันกลับไป เขายืนยิ้มฮี่ๆ อยู่ในห้องลองเสื้อ
“คุณทำอะไรน่ะ?” ฉันปิดหน้าอกไว้ “คุณเข้ามาทำไมกัน?”
“ทำไมต้องปิดด้วยล่ะใช่ว่าผมจะไม่เคยเห็นสักหน่อย แถมคืนนั้นผมยังเป็นคนอาบน้ำให้คุณด้วย”
“คืนไหนมิทราบ?”
“ก็คืนที่ไปกินหม้อไฟที่บ้านเฉียวอี้ไง”
หลังจากที่ฉันไปรับลมชมวิวหลังดื่มเหล้าก็หลับเป็นตายไปเลย แต่พอจำได้ลางๆ คิดว่าตัวเองเป็นคนอาบน้ำเองเสียอีก
“ทำไมคุณต้องช่วยฉันอาบน้ำด้วยเล่า!” ฉันทั้งโกรธทั้งอายจนพูดสำเนียงฮ่องกงใต้หวันออกมา
“ก็คุณเต็มไปด้วยกลิ่นหม้อไฟทั้งตัว แล้วผมจะนอนกอดคุณได้ยังไง?” เขาพูดอย่างมั่นใจ
“แล้วทำไมคุณต้องกอดฉันนอนด้วยเล่า!” พนักงานยืนมองอยู่ข้างนอกมากมายเขาเข้ามาทำไมละเนี่ย?
ฉันผลักเขาก่อน แต่กลับถูกเขาดึงเข้าไปกอด
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...