เขาวิจารณ์หอยนางรมว่ามันไม่สดใหม่ สายพันธุ์ก็ไม่ดีพอ พร้อมกับได้ทานไปเป็นโหล
“ตามร้านอาหาร ปกติจะไม่ใส่กระเทียมสับและวุ้นเส้นเข้าไปย่างเยอะขนาดนั้นหรอก เพราะมันจะทำลายความสดของตัวหอยนางรมได้”
ฉันมองเขาอย่างเมินเฉย ทั้งยังโบกมือเรียกพ่อหนุ่มมาเพื่อสั่งหอยนางรมเพิ่มอีกหนึ่งโหล “ไม่อร่อยทำไมถึงกินเยอะขนาดนี้ล่ะ?”
“จะได้ประเมินรสชาติอาหารไง”
“เชอะ ใส่ใจเหลือเกินนะ” ฉันกลอกตามองบน
ขณะที่ฉันเห็นเขากินข้าวโพดย่างอยู่นั้น จู่ๆฉันก็รู้สึกบาปขึ้นมา
ฉันพาองค์ชายสะโอดสะองท่านนี้มากินที่ร้านปิ้งย่านข้างทาง ซ้ำยังให้เขากินของมั่วซั่วมากมายขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเขาผู้ที่ยังไม่คุ้นชินกับอาหารเหล่านี้กระเพาะจะรับได้หรือเปล่า?
ทว่าหอยนางรมที่เพิ่งมาเสิร์ฟถูกเขาเขมือบหมดไปครึ่งหนึ่งในระยะเวลาอันรวดเร็ว ความรู้สึกผิดของฉันก็หายไปในทันที
สีชิงชวนกินเก่งกว่าที่ฉันคิดไว้มาก
สุดท้ายฉันกับสีชิงชวนต้องแบกหนังท้องกลมโตกลับ ในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยฉันยังรู้สึกเลยว่ามันจะรัดไม่ได้ แต่สีชิงชวนก็ช่วยฉันรัดจนได้
“บ้านเกิดของคุณเกิดอุทกภัย ลี้ภัยมาหรือยังไง? ถึงได้กินเยอะขนาดนี้?” เขายังมาแขวะฉันอีก ทั้งๆเขาก็ไม่ได้กินน้อยไปกว่าฉันเลย
“อร่อยสุดๆไปเลยใช่ไหม?” ฉันเอ่ยขึ้น
เขาขับรถออกจากย่านขายปิ้งย่างไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “บรรยากาศแย่ ไม่ถูกสุขอนามัย ทำให้อากาศบริเวณรอบข้างแย่ไปตามกัน จำเป็นต้องจัดระเบียบใหม่หมด”
“คุณไม่ใช่ฝ่ายรักษาความสะอาดสักหน่อย จะจัดการดูแลไปทำไมกัน”
“ผมคิดจะซื้อถนนเส้นนี้ไว้ วันหลังจะได้เปิดเป็นร้านอาหารตะวันตก” เขายิ้มแบบมีเลศนัย
“รับรองว่าขาดทุนย่อยยับจนไม่มีกางเกงจะใส่แน่” นายทุนน่ากลัวจังเลย ซื้อถนนราวกับซื้อผักซื้อปลา
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เมื่อได้กินอิ่มหนำสำราญ อารมณ์ก็จะดีขึ้นเอง แม้ว่ากลิ่นของปิ้งย่างจะติดอยู่บนหนังศีรษะ จนฉันต้องล้างอยู่หลายรอบก็ตาม
ในขณะที่ฉันเป่าผมจนแห้งเตรียมจะออกไป สีชิงชวนก็นอนหลับซะแล้ว
มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะหลับต่อหน้าฉัน ท่าหลับของเขาคือการเอียงตัวพร้อมกับเอาฝ่ามือรองแก้มไว้ เงียบสงบเหมือนตุ๊กตาเลย
ฉันก็นอนลงข้างกายเขา เลียนแบบเขาโดยการเอาฝ่ามือมารองไว้อยู่ข้างใต้ใบหน้าปรายตามองเขา
เหมือนว่าฉันนอนเตียงเดียวกับสีชิงชวนจนเคยชิน และชินกับการประทะคารมกับเขาเสียแล้ว เคยชินกับการเห็นท่าทีที่เขาโอหัง จากนั้นก็มองบนใส่เขา ชินชากับการด่าทอของเขา แต่กลับช่วยฉันคลุมเสื้อคลุมให้อย่างเงียบๆ
ต้องมีสักวันที่ฉันกับสีชิงชวนหย่าร้างกัน ไม่รู้ว่าในตอนนั้น ฉันจะชินกับมันไหม?
จู่ๆจิตใจก็ว้าวุ่นขึ้นมา ของที่กินเข้าไปในท้องเริ่มตีกัน
ถั่วฝักยาวตีกับข้าวโพด ข้าวโพดตีกับพริก หอยนางรมตีกับสเต็กแกะ พูดง่ายๆก็คือผสมปนเปกันไปหมด
ก็เหมือนกับจิตใจของฉัน ถ้าได้มองสีชิงชวนนานหน่อยก็จะวุ่นวายใจเป็นอย่างยิ่ง
ในขณะที่ฉันหายว้าวุ่นใจพบว่าตัวเองได้ยื่นมือออกไปลูบใบหน้าของสีชิงชวน
ฉันรีบเก็บมือกลับ ปลายนิ้วร้อนผ่าวขึ้นมา
ทำไมต้องลูบใบหน้าของเขาด้วยล่ะ?
ฉันไม่รู้
ฉันหมุนตัวกลับ หลับตาลง
เงาด้านข้างของสีชิงชวนสะท้อนอยู่บนกำแพง บดบังเงาด้านข้างของฉันไว้อย่างมิดชิด
จู่ๆก็มีความรู้สึกปลอดภัยขึ้นมา
ฉันไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สีชิงชวนเข้าออกห้องน้ำเป็นว่าเล่น โดนรบกวนจนต้องตื่นขึ้นมาดูนาฬิกา พบว่าตีสามครึ่งแล้ว
ฉันลุกขึ้นมานั่งบนเตียง สีชิงชวนเพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำ
ฉันเห็นเขาเอามืออุมท้องอยู่ หน้าหงิกหน้างอ
“คุณเป็นอะไรไป?”
เขานั่งลงข้างกายฉัน เพิ่งจะได้นั่งไม่ทันไรก็ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำอีก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...