“คุณคิดว่าฉันพูดถึงที่ไหนล่ะ?”
“ตอนนั้นพอเดินเข้ามาฉันก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ข้างบนเป็นเซียวซือ รู้สึกเหมือนโดนกดทับ แต่เซียวเซิงบอกว่าไม่เป็นไร บอกว่าพวกเราเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกจะต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว”
“ถ้าคุณเป็นพนักงานต๊อกต๋อยก็ควรจะเจียมตัวไว้ ทว่าคุณอยู่ในสถานะแบบนี้แล้ว ถ้ายังจะเจียมตัวอีกก็หมายถึงการขี้ขลาดตาขาว” สีชิงชวนสายตาลุกวาว จ้องมองมาหาฉัน ฉันรู้สึกเหมือนจะตาบอดเลย
“พูดได้ดี” หรือเฉียวอี้จะเห็นด้วยกับสีชิงชวน ปรบมือรัวๆ “เสี่ยวเซิง ฉันเคยบอกไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้เธอเป็นถึงท่านประธาน จะต้องเผด็จการ จะต้องยกตนข่มท่าน ทุกครั้งที่ผู้จัดการพวกนั้นเจอเธออยากเรียกก็เรียก แล้วเธอยังไปตีสนิทกับพวกเขาอีก”
สีชิงชวนกวาดสายตาดุดันมาหาฉัน “ผู้จัดการคนไหน?”
ใจฉันแทบจะตกไปอยู่ตาตุ่ม โบกมือในทันที “คุณอย่าไปฟังเฉียวอี้พูดซี้ซั้ว”
ถ้าเขาไล่พนักงานชนชั้นกลางของเซียวซื่อกรุ๊ปไปอีก เกรงว่าการเปลี่ยนคนของบริษัทเราจะต้องเกิดปัญหาขึ้นแน่
“ฉันพูดซี้ซั้วที่ไหน เป็นแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พวกเขาแทบจะไม่เห็นเธออยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ”
สีชิงชวนยืนพิงวงกบประตูอยู่ ไม่ยอมเดินเข้าไปสักที “ที่นี่กลิ่นอับแรงมาก เปลี่ยนออฟฟิศใหม่”
วันนี้สีชิงชวนมาจับผิดโดยเฉพาะ รู้แบบนี้ยังไงก็ไม่ให้เขามาเด็ดขาด
เฉียวอี้กระโดดโลดเต้นคึกคัก “ได้ๆ ฉันอยากเปลี่ยนออฟฟิศมาตั้งนานแล้ว ที่นี่อึดอัดเกินไป แต่ปัญหาก็คือจะย้ายไปที่ไหนล่ะ?”
สีชิงชวนมองมาหาฉัน “ชั้นบนสุดนะสิ คุณไปเลือกได้ตามอำเภอใจเลย ชอบห้องไหนก็เลือกห้องนั้นแหละ”
“ออฟฟิศชั้นบนมีคนอยู่แล้ว” ฉันให้สีชิงชวนเข้าใจในประเด็นนี้ด้วย
“งั้นก็แลกกับคุณซะสิ คุณยังอยู่ได้เลยทำไมพวกเขาจะอยู่ไม่ได้?” สีชิงชวนล็อกข้อมือฉันไว้ดุจคีมเหล็ก จากนั้นก็ลากฉันออกไปจากออฟฟิศ
เฉียวอี้ติดตามพวกเราอยู่ข้างกายพร้อมกับเสนอความคิดเห็น “สีชิงชวน ผู้หญิงสามคนนั้นอยู่ชั้นบนหมดทุกคน ทั้งเซียวหลิงหลิง ฮวาหยุนและเซียวซือ”
ฮวาหยุนเป็นชื่อของแม่เลี้ยงฉัน ฉันจ้องเฉียวอี้ปราดหนึ่ง “เธอเรียกประธานสักคำจะเป็นจะตายหรือยังไง?”
“เรื่องที่ประธานทำเป็นสิ่งที่ไม่ควร” เฉียวอี้เป็นทุกข์ถึงขีดสุด
ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมสีชิงชวนแล้ว ตอนอยู่ในลิฟต์ “ยังไงทุกคนก็ต้องเจอหน้ากันเป็นประจำ ทำไมต้องทำให้มันดูแย่ขนาดนี้เลยล่ะ?”
ฉันไปยึดครองออฟฟิศใครก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะของแม่เลี้ยง ถึงแม้หุ้นส่วนของเธอจะน้อยกว่าฉัน แต่เธออาวุโสกว่าฉัน ทั้งยังเป็นคู่สมรสของพ่ออีกต่างหาก ถ้าไปยึดมาดื้อๆเธอจะต้องอับอายขายขี้หน้าเป็นแน่
เซียวหลิงหลิงยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ ต่อให้รอบนี้จะสลับออฟฟิศให้ฉันได้สำเร็จเพียงเพราะอำนาจสีชิงชวน ทว่าครั้งหน้าเธอคงเอาฉันตายแน่
ในส่วนของเซียวซือ ฉันไม่คิดที่จะเอาห้องของเธอเลย
“ก็เพราะเจอหน้ากันอยู่บ่อยครั้ง พวกเธอปฏิบัติต่อคุณแบบนี้ คุณยังทนได้อยู่อีกเหรอ?”
“แค่ออฟฟิศเท่านั้นเอง”
“ไม่ใช่แค่เรื่องของศักดิ์ศรี เซียวเซิง คุณต้องจำไว้ว่าคุณเป็นถึงประธานของเซียวซื่อกรุ๊ป พวกเขาต้องเคารพคุณเพียงคนเดียว”
“ที่นี่ไม่ใช่พระราชวังสักหน่อย” ฉันบ่นพึมพำ
“ไม่ต่างกันนักหรอก บริษัทก็เป็นเหมือนสังคมขนาดเล็ก ซึ่งมันทั้งซับซ้อนและโหดร้าย ถ้าคุณจิตใจเมตตาบวกกับขี้ขลาดก็จะถูกข่มเหงรังแกเอาได้
เหตุผลข้อนี้ฉันรู้อยู่ เพียงแต่...
อาจจะเป็นเพราะฉันถูกเซียวหลิงหลิงรังแกจนชินมาตั้งแต่ยังเด็ก รู้สึกแค่ว่าผู้อื่นไม่มาแยแสฉันก็นับว่าบุญแค่ไหนแล้ว
เดินออกมาจากลิฟต์ ชั้นนี้เป็นชั้นที่สูงที่สุดของเซียวซื่อกรุ๊ป ออฟฟิศของแม่เลี้ยงเองก็อยู่ชั้นนี้เช่นกัน
สีชิงชวนผลักฉันออกเบาๆ “เลือกเอาเองเลย”
“สีชิงชวน” ฉันมองเขาด้วยความกระอักกระอ่วน
เขามีท่าทีไม่เลิกราง่ายๆถ้าฉันไม่ยอมเลือกสักที เฉียวอี้ดึงแขนฉันไป “ไปเลือกสิ!”
เธอผลักประตูออฟฟิศออก พบว่าเป็นออฟฟิศของเซียวหลิงหลิง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...