“ได้ค่ะ!” เฉียวอี้ตอบรับอย่างเต็มใจ ทำเรื่องอะไรแบบนี้เธอปิติยินดีเป็นที่สุด
ฉันแทบจะห้ามสีชิงชวนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเผด็จการ ถ้ารู้ว่าเกลี้ยกล่อมเขาไม่สำเร็จ ฉันก็จะไม่เปลืองน้ำลายไปพูดหรอก
ฉันและเซียวซือยืนแกร่วมองดูพวกเลขาขนของๆฉันขึ้นมาที่ละอย่างสองอย่างอยู่ด้านข้าง จากนั้นก็ขนของๆแม่เลี้ยงออกไป
“ของๆท่านประธานจะเอายังไง?” พวกเลขาถามเฉียวอี้
“ขนไปออฟฟิศเดิม”
“อย่า” เซียวซือเอ่ย “ฉันจะแลกออฟฟิศกับแม่”
สีชิงชวนปิดปากเงียบสนิท และได้เดินไปตรงระเบียง
ออฟฟิศของแม่เลี้ยงมีระเบียงที่เห็นวิวได้ 360 องศา จากชั้นบนสุดของตึกออฟฟิศมองลงไปเห็นเกือบทั่วทั้งเมือง เป็นความรู้สึกที่หายากโดยแท้จริง
เฉียวอี้ชี้นิ้วบัญชาให้พวกเขาขนสัมภาระ ส่วนฉันกับเซียวซือก็ได้แต่จ้องหน้าจ้องตากัน
ฉันไร้คำจะตอบ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เหงื่อไหลซกๆหน้าชาไปหมด
เธอจับตาดูฉันอย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่จา
ฉันรู้สึกอึดอัดอย่างหาที่สุดมิได้ “เซียวซือ ฉันขอโทษด้วยนะ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลย”
“ฉันรู้” น้ำเสียงของเธอยังคงอ่อนโยนอยู่อย่างนั้น “นิสัยของสีชิงชวนฉันพอเข้าใจอยู่ ตอนนี้เธอเป็นภรรยาเขา เขาจะปล่อยให้เธอตกอยู่ในสภาพน้อยเนื้อต่ำใจแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ จริงไหม?”
“ที่จริงก็ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจขนาดนั้นหรอก”
“ใช่ เรื่องบางเรื่องถ้าไม่คาดหวังมากอาจเป็นเรื่องดีก็ได้” เซียวซือทำตาแป๋วใส่ “เซียวเซิง อย่างไรเสียโลกใบนี้ก็มีแค่สีชิงชวนได้ไม่กี่คนเท่านั้น เธอก็เป็นเธออยู่วันยังค่ำ เซียวเซิงจะกลายเป็นสีชิงชวนก็คงเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นเรื่องทำเขาทำได้ไม่ได้หมายความว่าเธอทำแล้วจะเหมาะสมซะหน่อย”
ฉันไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เซียวซือจะสื่อนัก เธอพยักหน้าให้ และตามมาด้วยการตบบ่า “ฉันรู้ว่าเธอถูกบีบคั้นมา สีชิงชวนดื้อดึงจะเอาแบบนี้เธอก็จนปัญญา ฉันจะอธิบายให้แม่ฟัง”
ฉันซาบซึ้งจนแทบจะเสียน้ำตา “ขอบคุณนะ เซียวซือ”
“เพียงแต่ฉันหวังว่าเธอจะมีจุดยืนเป็นของตัวเอง อย่าให้คนอื่นมากำหนดชีวิตชะตาชีวิตของเธอเอาได้” เซียวซือมองเข้าไปในห้องเห็นว่าขนเกือบจะหมดแล้ว เลยฝืนยิ้มออกมา “เมื่อก่อนไม่รู้สึกว่าพวกเขาจะขมักเขม้นขนาดนี้มาก่อน”
เธอบีบมือฉันหมุนตัวแล้วเดินออกจากออฟฟิศไป
เซียวซือใจกว้างจริงๆ ถ้าเป็นเซียวหลิงหลิงล่ะก็ คาดว่าวันนี้ฉันคงจะต้องแจ้งความแล้วล่ะ หาเรื่องไม่จบไม่สิ้น
สิ่งของสัมภาระต่างๆก็ถูกขนจนแทบจะหมดแล้ว หัวหน้าฝ่าย HR เดินขึ้นมาบอกว่าพนักงานพวกนั้นถูกไล่ออกแล้ว ตอนนี้ก็โยกพนักงานจากบริษัทลูกมาทำชั่วคราวก่อน จากนั้นก็ค่อยเริ่มเปิดรับสมัครใหม่
พูดเหมือนสีชิงชวนเป๊ะเลย ดูท่าลูกไม้พวกนี้เขาจะเข้าใจมันเป็นอย่างดี
หัวหน้าฝ่าย HR รายงานให้ฉันฟังด้วยความเคารพนบนอบเป็นที่สุด ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา
ฉันพยักหน้า “ตามนี้แหละ รบกวนแล้วนะ”
เขาก้มหน้าพลางโค้งตัวเดินออกไป สีชิงชวนโบกมือให้ฉันอยู่ตรงหน้าระเบียง “เซียวเซิง”
ฉันเดินไปหา “ว่าไง?”
เขาดันฉันไปที่ประตูระเบียง
ถึงแม้บริเวณนี้จะสูงเพียงใด แต่ตรงระเบียงมีราวปิดกั้นไว้หมดแล้ว ค่อนข้างจะปลอดภัยอยู่
เขาบอกใบ้ให้ฉันก้มลงดู “คุณเห็นอะไรบ้าง?”
“ผู้คนและรถเต็มไปหมด”
“คุณเห็นวิวทิวทัศน์และผู้คนที่มากกว่าเดิมต่างหากล่ะ” เขาเอ่ย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...