สีชิงชวนเพิ่งจะมาบริษัทฉันได้แค่ชั่วโมงเดียว ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น
ฉันได้ย้ายจากห้องที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นอับไปยังห้องที่สูงที่สุดและทัศนวิสัยดีสุดในบริษัท
ฉันไม่รู้ว่าถ้าแม่เลี้ยงกลับมาจากต่างประเทศจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตมโหฬารเพียงไหน ฉันหวังแค่ว่าถึงตอนนั้นสีชิงชวนจะช่วยฉันแก้ไขปัญหา ไม่ใช่โยนขี้ให้ฉันแบกรับไว้อยู่คนเดียว
โต๊ะทำงานของเฉียวอี้ติดกับของฉันเลย ทำงานด้วยกันกับฉัน เธอตื่นเต้นดีใจจนต้องวิ่งโลดอยู่ในห้องไปมาอยู่หลายรอบ
“ที่นี่ได้วางลานวิ่งแบบจำลองของสนามกอล์ฟไว้ เวลาว่างจะได้ตีกอล์ฟในออฟฟิศเหมือนกับชายหนุ่มในภาพยนตร์”
“ให้มันน้อยๆหน่อย ห้ามแตะต้องสิ่งของที่นี่ทั้งหมดในตอนนี้ และห้ามนำสิ่งอื่นเข้ามาด้วยเช่นกัน”
“แต่ในออฟฟิศเหมือนจะเพิ่มมาอีกเลยคนเลยนะ” เธอลืมไปสนิมเลยว่าทำไมพวกเราถึงได้ออฟฟิศนี้มา ก็เพราะสีชิงชวนไงล่ะพวกเราถึงนั่งตรงนี้ได้
เธอได้แสดงถึงวิธีการถีบหัวส่งว่ามันเป็นเยี่ยงไร
สีชิงชวนนั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานฉัน ทำให้ฉันกดดันเป็นที่สุด จนไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน
“คุณจะไปได้แล้วยัง?” ฉันถามเขา
เขาดูนาฬิกาข้อมือ “ใกล้จะเลิกงานแล้ว กลับบ้านพร้อมกัน”
ทว่าฉันรับปากหนีอีโจวไปแล้วว่าจะไปเยี่ยมแม่ของเขา ช่วงเที่ยงก็เทเขาไปรอบหนึ่งแล้ว จะให้เทเขาช่วงเย็นอีกงั้นหรือ?
“สีชิงชวน” ฉันพยายามจะปรึกษาเขา “คุณกลับไปก่อนได้ไหลล่ะ ตอนเย็นฉันมีธุระนิดหน่อย”
“ธุระอะไร?”
“เอิ่ม” ฉันชี้ไปหาเฉียวอี้ “ไปหาคู่เป็นเพื่อนเธอ”
“เธอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าฉินกวนเป็นแฟนเธอไม่ใช่เหรอ?”
เดิมทีเฉียวอี้ก้มหน้าอ่านแบบแปลนไม่ได้สนใจพวกเรา แต่พอได้ยินชื่อของฉินกวนเท่านั้นแหละเธอก็เงยหน้าขึ้นทันที “พูดถึงแฟนฉันทำไม?”
สีชิงชวนยกยิ้มให้ฉัน “ไปหาคู่เหรอ แน่ใจหรือ?”
ฉันไม่แน่ใจ ฉันก้มหน้าหาหนทางต่อ สีชิงชวนเคาะโต๊ะดังขึ้น “คุณนัดกับหนีอีโจวไว้ว่าจะไปเยี่ยมแม่เขาตอนเย็นเหรอ?”
ในเมื่อเขาทายถูก ฉันก็ไม่กลัวที่จะพูดความจริง “ตอนเที่ยงคุณหลอกให้ฉันกลับไป ฉันก็ผิดนัดแล้ว”
“คนนิสัยเสียอย่างหนีอีโจวให้โดนผิดนัดซะบ้างเป็นเรื่องปกติ”
“ฉันเป็นคนผิดนัดเอง ทำไมต้องพูดถึงบุคลิกนิสัยของเขาด้วย?”
“ไปเยี่ยมแม่เขาไม่ใช่หรือ งั้นผมไปเป็นเพื่อน” เขาใจกว้างขึ้นมาทันที
“ไม่ต้อง” ความเผด็จการของเขาเมื่อครู่หายไปไหนแล้วล่ะ ทำไมถึงมีท่าทีตามตื๊อตอแยแบบนี้อีก
“ผมช่วงชิงห้องที่ดีที่สุดของบริษัทมาให้คุณเลยนะ คุณไม่คิดจะขอบคุณผมหน่อยเหรอ?”
“สีชิงชวน” ฉันสุดจะทน “หากคุณเบื่อก็ไปหาเพื่อนมาดื่มเหล้าเฮฮาปาร์ตี้เพื่อฆ่าเวลาสิ หรือคุณไม่มีเพื่อนล่ะ?”
เหมือนว่าฉันจะไม่ค่อยได้พบเจอเพื่อนของสีชิงชวนเอาซะเลย เขาหาว่าสังคมเพื่อนฝูงของฉันคับแคบ ฉันว่าเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันนักหรอก
ข้างกายเขานอกเสียจากป๋ออวี่ ก็เหมือนจะไม่มีใครอีก ฉันว่าเขาเป็นคนเข้าหายาก ผีเข้าผีออก เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีเพื่อนคบ
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขาปรายตาไปมอง จู่ๆมุมปากก็เผยรอยยิ้มออกมา รับโทรศัพท์พร้อมเอ่ยขึ้นอย่างเฟรนลี่ “ฮาย เพื่อนรัก”
คาดว่าคนในสายจะต้องตกใจมิใช่น้อย ฉันเพิ่งเห็นเขาคุยโทรศัพท์ได้อย่างมีความสุขก็ครั้งนี้นี่แหละ
เขาวางสายไปและบอกกับฉันว่า “เพื่อนนัดผมทานข้าวดื่มเหล้าเย็นนี้”
“ดีเลย” ฉันปรบมือแสดงความยินดีกับเขาที่มีคนนัดไปทานข้าว “แต่คุณห้ามดื่มนะ เช้านี้เพิ่งจะให้น้ำเกลือมาอยู่หมาดๆ”
“คุณจ้องฉัน การควบคุมสติอารมณ์ของผู้ชายคนนี้แย่มาแต่ไหนแต่ไร”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...