“ผู้หญิงใจอ่อน” เขาลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “งมขึ้นมาเลย”
ก็ฉันกลัวจะเจอโศกนาฏกรรมนี่ ถึงคุณชายฉู่จะตัวใหญ่ แต่คงหมดแรงแล้ว ขืนปล่อยให้ตากแดดต่อไป มีหวังต้องจัดงานศพแน่
ไม่นานเขาก็ถูกงมขึ้นมาวางตรงจุดร่มเงาบนดาดฟ้าเรือ เหล่าลูกเรือใช้ก้อนน้ำแข็งเช็ดตัว กว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นก็กินเวลานานพอสมควร กล่าวคือเขาอยู่ในสภาพหายใจริบหรี่แล้ว
ฉันก็ตามไปดูความครื้นเครงด้วยคน เมื่อเขาเห็นฉัน ร่างกายของเขาก็สั่นเทิ้มทันที
สีชิงชวนนั่งย่อตัวตรงหน้าเขา พลางลูบใบหน้าของเขาอย่างมีมิตรไมตรี “อุ๊ย!หนังถลอกแล้ว”
ฉู่เฟิงก็จับหน้าผากตัวเอง หนังขนาดใหญ่ก็ถลอกออก ก่อนจะเผยผิวหนังชั้นเนื้อออกมา
เขาร้องโหยหวน “แม่ง เจ็บฉิบหาย”
“ก็แค่การผลัดเซลล์ผิวเท่านั้น เป็นเรื่องธรรมดา อย่าตะโกนเสียงดังแบบนี้สิ มันทำให้สาวๆ ตกใจกันหมดแล้ว” สีชิงชวนตบไหล่เขา “พักผ่อนแป๊บหนึ่งก็ดีขึ้นแล้ว พวกเรารอคุณมาร่วมงานเลี้ยงราตรีคืนนี้อยู่นะ”
ฉันคาดว่าการเที่ยวเรือสำราญหนึ่งคืนสองวันของฉันต่อจากนี้จะไร้ซึ่งความกังวล ฉู่เฟิงจะไม่กล้าเข้าใกล้ฉันอีก
วันนี้สีชิงชวนให้บทเรียนกับเขาว่า ถึงสีชิงชวนจะมีสาวเยอะ แต่ไม่ใช่ฉู่เฟิงอย่างเขาอยากแตะก็แตะต้องได้
โอ๊ย! สีชิงชวนคือจอมอลังการดีๆ นี่เอง
เมื่อฉันชินกับสิ่งแวดล้อมบนเรือแล้วก็รู้สึกสบายขึ้นเป็นกอง นอนชมทะเลกว้างใหญ่บนดาดฟ้า และจะมีนกนางนวลกระพือปีกพึ่บพั่บมาอยู่บนดาดฟ้าของเรือ จากนั้นก็เดินวนไปเวียนมา
ชีวิตของฉันไม่ค่อยได้เที่ยวผ่อนคลายแบบนี้มากนัก รู้สึกเบิกบานใจยิ่ง
นีน่าวิ่งมาทาครีมกันแดดด้านข้างฉัน และชวนฉันคุย “เมื่อกี้คุณชายฉู่คิดไม่ซื่อกับคุณ คุณสีเลยลงโทษเขาใช่ไหม?”
ฉันไม่ตอบ เธอก็เข้าใจในหนึ่งวินาที “โอ๊ย! คุณโชคดีอะไรเบอร์นี้ คุณสีรักคุณจังเลยนะ”
ฉันรู้สึกว่าทัศนคติของผู้หญิงคนนี้มีปัญหา เธอทาครีมกันแดดไปพลาง พูดด้วยความเกรงใจกับฉันไปพลาง “ตอนที่คุณขึ้นเรือ ฉันเห็นคุณเอากระเป๋าใบใหญ่ขึ้นมาด้วย ด้านในคงมีเสื้อสวยๆเพี๊ยบเลยสิน่ะ?”
“อืม” ฉันยังไม่ได้เปิดดูเลย
“ชุดที่ฉันใส่ในงานเลี้ยงคืนนี้ คงสู้คุณไม่ได้ ฉันขอดูหน่อยได้ไหม?”
“งานเลี้ยงก็ไม่ได้สำคัญอะไรนี่”
“คุณไม่รู้หรอกนะ” เธอเบิกตากลมโต “คุณคิดว่าเป็นงานเลี้ยงราตรีในเรือสำราญธรรมดาเหรอ? ไว้พระอาทิตย์ตกดินเมื่อไหร่ คุณก็จะเห็นเรือสำราญลำอื่นรวมตัวกัน และเรือของพวกเราใหญ่ คนอื่นอาจจะมาแจมกับเรือพวกเราก็ได้ พวกคนรวยๆ เขาก็เล่นกันแบบนี้แหละ จะใช้โอกาสนี้คุยเรื่องธุรกิจ ส่วนผู้หญิงอย่างพวกเราก็จะหาโอกาสคว้างานดีๆ มาทำ หรือไม่ก็จับผู้ชายหล่อๆ มาเป็นแฟนไงละ” เธอทำหน้าอิจฉา
เธอจะดูกระเป๋าของฉัน ฉันจึงให้ลูกเรือไปเอามาให้เธอดู ซึ่งขนาดฉันยังไม่รู้เลยว่าด้านในใส่อะไรไว้บ้าง
เธอเปิดกระเป๋าแล้วก็ร้องอุทานด้วยความตกตะลึง “โอ้สวรรค์”
ใส่อะไรไว้ด้านในเหรอ ทำไมถึงตะลึงขนาดนั้น?
ฉันเข้าไปมองใกล้ๆก็พบว่าด้านในมีรองเท้าส้นสูงหลายคู่ ชุดราตรีหลายตัว และยังมีเสื้อเดรส เสื้อผ้าทั่วไป สุดท้ายก็เห็นกล่องที่บรรจุเครื่องประดับอันล้ำค่าไว้
“ฉันขอเปิดดูหน่อยได้ไหม?” นีน่าชี้ไปยังกล่องเครื่องประดับ
เมื่อฉันพยักหน้า เธอก็รีบเปิดทันควัน ทันทีที่เปิดกล่องออก เครื่องประดับในนั้นก็ส่องแสงระยิบระยับอย่างสวยงาม
เธอเอามือป้อนปากแล้วกรี๊ด “สวยจริงๆ ฉันอิจฉาคุณจัง”
ฉันลูบเครื่องประดับพวกนี้แล้วยักไหล่ “ใช่เหรอ?”
เธอเบิกตากว้างมองฉัน “ทำไมคุณถึงทำหน้าเฉยแบบนี้? มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลยนะ”
ป๋ออวี่เป็นคนจัดมาให้ ของมันต้องดีอยู่แล้ว
เธอจับชุดและเครื่องประดับพวกนั้นด้วยความอิจฉา
“คุณเลือกไปใส่ในงานเลี้ยงคืนนี้หนึ่งชุดสิ” ฉันกล่าว
“จริงเหรอ?” เธอจับมือฉัน นิ้วมือของเธอจิบใส่หลังมือฉันจนเจ็บแปลบ
“อืม คุณเอาไปเถอะ แล้วก็เลือกเครื่องประดับไปหนึ่งชุดด้วย แต่คุณต้องคืนเครื่องประดับให้ฉันนะ”
“แน่นอน ฉันต้องคืนชุดคุณด้วยแน่ๆ ขอบคุณ ขอบคุณ”
เพราะฉันยังต้องคืนเครื่องประดับให้ป๋ออวี่ ส่วนชุดราตรีนั้น ฉันใส่แล้วเขาคงไม่เอาคืนหรอก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักเมียในนาม(จบ)
สนุกมากเป็นอะไรที่ลุ้นตามตลอดถึงนางเอกจะดูโง่ๆแต่ก็สนุกมากครับชอบแนวนี้มากก...
จบซะแล้วลงตอนไม่ครบค่ะ ขาดตอนที่ 501,506...
เย้ อัพต่อแล้ว 👍👍👍...
แอด...ยังรออัพเดทนะคะ😁😁...
รอมาอัพต่อค่ะ...
กี่ตอนจบค่ะ...
Please up Chapter495...
สนุกมากๆ ค่ะ ติดตามอยู่นะคะ...
นางเอกไม่ได้โง่แต่จิตใจดีเกินไปและพระเอกอยากสอนนางเอกแต่สอนผิดวิธี ในเรื่องทุกคนมีปมหมด นักเขียนค่อยๆขยายแต่ละคน เราว่าสนุก อัพต่อค่ะplease...
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เพราะนางเอกโคตรโง่เลย อ่านแล้วลุ้นแต่ก็ลุ้นไม่ขึ้น มันรู้สึกสงสารนางเอก แต่เป็นสมน้ำหน้า พระเอกก็ใจดำเอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวแย่ ทำให้รำคาญ อ่านแล้วไม่ลุ้นให้ได้จบลงด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ให้รับผลจากความโง่และการกระทำของตัวเอง...