รักป่วน ๆ ฉบับแม่เลี้ยงเดี่ยว นิยาย บท 7

หลี่เหมยกระแอมไอขึ้นทันที “เอาล่ะ หัวข้อการประชุมในวันนี้จะว่าด้วยเรื่องการเข้าร่วมงานประกวดในครั้งนี้ของพวกเรา ก่อนอื่น ต้องขอแสดงความยินดีกับไอ้หย่าและถังจือซย่า นักออกแบบสองคนที่ได้ผ่านเข้ารอบนะคะ”

ถังจือซย่าเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตายั่วยุของไอ้หย่า การประกวดในครั้งนี้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากใครได้ชัยชนะมา บริษัทจะมีโบนัสก้อนโตให้

หลี่เหมยวิเคราะห์สถานการณ์การประกวดในครั้งนี้ทันที ในฐานะของผู้อำนวยการที่มากด้วยประสบการณ์ เธอมีความมั่นใจกับชิ้นงานเป็นอย่างมาก

ในขณะที่ถังจือซย่ากำลังจ้องมองไปที่จอภาพ ฉับพลันนั้น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมาที่เธอ ต้องเป็นสีจิ่วเฉินแน่ๆ

ผู้ชายคนนี้ไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร ทำไมถึงได้เอาแต่จ้องมองเธอทั้งวัน

แม่เสียสละชีวิตเพื่อเขา หากพูดกันตามตรงแล้ว เธอไม่อยากจะพบจะเจอเขาเลยจริงๆ แม้ว่าในเวลานั้น เขาจะมีอายุเพียงห้าปี จะโทษอะไรเขาก็คงไม่ได้ แต่ทว่า กลับมีความโกรธแค้นอยู่ในใจของเธอ

“จือซย่า คุณลองเสนอความเห็นของคุณหน่อยสิ” จู่ๆ หลี่เหมยก็เรียกชื่อเธอ

เมื่อสักครู่ถังจือซย่าใจลอยไปไกล เธอไม่รู้ว่าตอนนี้หลี่เหมยพูดถึงเรื่องไหน เธอเงยหน้าขึ้นและมองหลี่เหมยอย่างสับสน “เอ่อ...ผู้อำนวยการต้องการความเห็นในส่วนไหนคะ”

หลี่เหมยหน้ามุ่ยในทันที เหม่อลอยในการประชุมของเธอหรอกหรือ

“ถังจือซย่า ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นนักออกแบบที่ทางสำนักงานใหญ่ส่งมา แต่คุณก็อย่ามั่นใจในตัวเองเกินไปจนไม่เห็นฉันอยู่ในสายตา สิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อสักครู่ คุณไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม!” หลี่เหมยจำต้องเป็นแม่เสือร้ายอบรมสั่งสอนเธอสักหน่อยแล้ว

นักออกแบบคนอื่นๆ มองเธออย่างขบขัน ใบหน้าของถังจือซย่าร้อนผ่าว ในขณะที่เธอไม่รู้จะหลีกหนีจากสถานการณ์นี้อย่างไร เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็ดังขึ้น “ลองบอกหน่อยสิว่า จุดขายในชิ้นงานที่จะส่งเข้าประกวดของคุณอยู่ตรงไหน”

สีจิ่วเฉินกระตุ้นเธอ

เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานถนัดของเธอ ความมั่นใจจึงผุดขึ้นมาทันที “ชิ้นงานของฉันในครั้งนี้ใช้แพลทินัมคุณภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานอินเลย์ ด้วยองค์ประกอบของโรเดียมและแพลเลเดียมที่เติมเข้าไป จะเพิ่มความเงางาม แข็งแรงและคงทนมากขึ้น ด้วยความที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจำนวนไม่มาก และมีความหรูหรา ราคาไม่ตก วัสดุคงทน รับประกันเรื่องการลอก ควรค่าแก่การสะสม กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของฉันจะเป็นกลุ่มคนที่ชอบสะสมหรือนิยมซื้อของหรูหราค่ะ”

เมื่อถังจือซย่าอธิบายจบ สายตาอันลึกล้ำของชายหนุ่มตรงข้ามก็สบเข้ากับสายตาของเธอทันที เธอรีบเบือนสายตาหนี

“ก็แค่ขายความแพง!” ไอ้หย่ายิ้มเยาะ “ของฉันน่ะแตกต่างจากของเธอ ของฉันจะเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องแฟชั่น คนสมัยนี้เบื่อง่ายเปลี่ยนเร็ว ฉันคิดว่างานของฉันเหมาะสมกับตลาดมากกว่า”

ถังจือซย่าเม้มริมฝีปากยิ้ม “ต่างคนก็มีจุดขายของตัวเองหรือเปล่าล่ะ!”

ในที่สุดการประชุมก็สิ้นสุด สีจิ่วเฉินเข้ามาเพื่อฟังการประชุม เขาแทบไม่ได้เสนอความคิดเห็นของเขาเลย

“เอาล่ะ จบการประชุมได้” หลี่เหมยประกาศ

“ถังจือซย่า คุณอยู่ก่อน นอกนั้นแยกย้ายไปได้” จู่ๆ สีจิ่วเฉินก็เอ่ยขึ้น

ถังจือซย่ากำลังจะยกน้ำขึ้นจิบให้ชุ่มคอ เธอเกือบจะสำลักเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ วินาทีนั้น เธอถูกโอบล้อมด้วยแววตาแห่งความริษยาในทันที โดยเฉพาะไอ้หย่า ที่ถลึงตาใส่เธออย่างเกลียดชัง

ทำอย่างกับว่าเธอใช้มารยายั่วยวนสีจิ่วเฉินอย่างนั้นแหละ

ถังจือซย่าเองก็พูดไม่ออก สถานการณ์ของเธอในบริษัท ชายคนนี้ดูไม่ออกหรืออย่างไร เธอถูกคนอื่นแบนหมดแล้ว เขายังจะทำให้มันยิ่งคลุมเครือเข้าไปอีก

หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว ถังจือซย่าจึงเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชา “ประธานสีมีอะไรหรือคะ”

“เมื่อวาน ผมให้บ้านคุณ ทำไมคุณไม่รับ” สีจิ่วเฉินหรี่ตาจ้องมองเธอ

“ฉันจะต้องรับสิ่งที่คุณให้ด้วยหรือ ฉันบอกไปแล้ว ฉันไม่รับการตอบแทนบุญคุณจากพวกคุณตระกูลสี” ถังจือซย่าเน้นย้ำอีกครั้ง

“คุณควรจะคิดถึงลูกชายของคุณให้มากนะ ชุมชนที่ผมเลือกให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม ภายในชุมชนยังมีโรงเรียนอนุบาลไฮโซที่มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับคุณในการเลี้ยงดูเด็กนะ” สีจิ่วเฉินถอดรูปประธานที่สูงศักดิ์ออก และเปลี่ยนร่างกลายเป็นพนักงานขาย

เงื่อนไขนี้นับว่าน่าสนใจมากทีเดียว สำหรับคนเป็นแม่อย่างถังจือซย่า การได้ให้การศึกษาและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดแก่ลูกชายของเธอน่าจะเป็นเรื่องที่น่าสุขใจที่สุด

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักป่วน ๆ ฉบับแม่เลี้ยงเดี่ยว