“ค่ายของชนเผ่าหลายเผ่าถูกโจมตีพร้อม ๆ กัน เรายังมิรู้ว่ากองทัพศัตรูมาจากที่ใด”
ลั่วชิงยวนชะงักเล็กน้อย คาดมิถึงว่าฟู่เฉินหวนจะเคลื่อนไหวเร็วเพียงนี้
จากตอนที่เขาออกจากเผ่านอกด่านมาจนถึงตอนนี้ น่าจะผ่านไปเพียงสองถึงสามชั่วยามเท่านั้น
ดูเหมือนว่าเมื่อกลับไปแล้วเขาจะเคลื่อนพลในทันที
ราชาเผ่านอกด่านก็ประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน จากนั้นเขาก็ออกคำสั่ง "แต่ละเผ่าจะต้องปกป้องค่ายของตนให้ดี ป้องกันศัตรูอย่างเต็มกำลัง แต่ห้ามบุ่มบ่าม ต้องระวังศัตรูอาจใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ"
"หากมีความคืบหน้าในการศึก จงรายงานทันที"
"พ่ะย่ะค่ะ!"
ลั่วชิงยวนรออยู่ในค่ายทั้งวัน คอยฟังข่าวการศึกอยู่เสมอ
การลอบโจมตีในวันแรกกินเวลาหนึ่งวัน และในที่สุดพวกเขาก็ล่าถอยไป
อย่างไรเสีย เผ่านอกด่านแต่ละเผ่าก็แข็งแกร่งมาก วันนี้ศัตรูเพียงแค่ได้เปรียบเพราะเป็นการลอบโจมตี ศึกจึงดำเนินไปตลอดทั้งวัน
หลังจากฟ้ามืด หัวหน้าเผ่าต่าง ๆ ก็มารวมตัวกันในกระโจมของราชาเผ่านอกด่าน
หล่างชิ่นก็ผ่านศึกอันดุเดือดมาเช่นกัน ตอนนี้นางดูสะบักสะบอมเล็กน้อย นางพูดด้วยความโกรธว่า "การลอบโจมตีของกองทัพแคว้นเทียนเชวียคราวนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ถึงรูปแบบการป้องกันของเราดี!"
“ก่อนหน้านี้พวกเขามิกล้าแอบโจมตี แต่วันนี้กลับกล้าแอบโจมตีค่ายของเรา ต้องเป็นลั่วชิงยวนที่สมคบคิดกับพวกเขาเป็นแน่!”
“เสด็จพ่อ โปรดสั่งประหารลั่วชิงยวนเดี๋ยวนี้เถิด!”
ก่อนหน้านี้ทัพศัตรูมิกล้าโจมตี แต่วันนี้กลับโจมตีแต่ละเผ่าได้อย่างแม่นยำ
พวกมันรู้ถึงการป้องกันของพวกเราอย่างทะลุปรุโปร่ง ชัดเจนว่าเป็นลั่วชิงยวนที่เปิดเผยเรื่องนี้
ลั่วชิงยวนดูเยือกเย็น มิแยแสต่อสิ่งที่ได้ยิน
หล่างชิ่นคงไม่มีวันเดาออกแน่ว่า เป็นราชาเผ่านอกด่านเองที่มอบแผนการป้องกันค่ายให้นางเองกับมือ?
ชิงหวยเองก็มีความสงสัยในใจเช่นกัน แต่มิได้กล่าวอะไรออกมา
จนกระทั่งราชาเผ่านอกด่านเอ่ยว่า “บัดนี้มิใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนี้”
“ยามนี้เมืองผิงหนิงได้รับกำลังเสริมมาแล้ว กองกำลังพวกเขาแข็งแกร่ง แม้ว่าวันนี้พวกเขาจะต้านไว้ได้ แต่ข้าเกรงว่าพวกเขาจะมาบุกโจมตีอีกครั้ง”
“ยามนี้เราต้องหารือถึงแนวทางแก้ไขทันที”
ลั่วชิงยวนพูดทันที "ฝ่าบาท ตอนนี้ทุกคนคงรู้ดีแล้วว่า การตีเมืองคงเป็นไปมิได้ พวกเราควรเจรจาสงบศึกกันดีกว่า!"
“หากเราสู้ต่อไป ทั้งสองฝ่ายมีแต่จะต้องสูญเสีย!”
ราชายังมิได้พูดอะไร
“ถูกต้อง! จะเป็นการดีที่สุดที่จะให้พวกเขาเป็นฝ่ายเสนอการเจรจาสงบศึก”
“การต่อสู้ดำเนินมาอย่างยาวนานเพียงนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างมีความคับแค้นใจอย่างลึกซึ้ง จะต้องมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนก่อนถึงจะเจรจากันได้”
ลั่วชิงยวนมองไปยังราชาเผ่านอกด่านซึ่งยิ้มอย่างมีความหมาย
แน่นอนว่าเขารู้จักคนของเขาเป็นอย่างดี
ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จะต้องรวมอยู่ในแผนของราชาเผ่านอกด่านแน่นอน
มีเพียงยามที่ลั่วชิงยวนชนะศึกแล้วเท่านั้น นางจึงจะเอาชนะใจผู้คนได้
“การต่อสู้ครั้งนี้หลีกเลี่ยงมิได้จริง ๆ”
ราชาเผ่านอกด่านเริ่มไอ "แต่ร่างกายของข้ายังมิหาย แค่ก แค่ก แค่ก..."
"ดูเหมือนว่า เราจะต้องเลือกบุคคลที่ทั้งมีฝีมือและสติปัญญายอดเยี่ยมมาเป็นผู้บัญชาการ หลังจากที่ขับไล่ศัตรูแล้ว ก็จะเจรจาสงบศึกกับแคว้นเทียนเชวีย และยุติสงครามนี้ลงด้วยความสูญเสียน้อยที่สุด!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หล่างชิ่นก็ก้าวไปข้างหน้าทันที
“เสด็จพ่อ ข้ายินดีรับภารกิจสำคัญนี้เอง ข้าจะขับไล่ศัตรูไปให้ได้!”
มิว่าจะอย่างไร สู้กันมาถึงยามนี้แล้ว จะมิให้มีการเจรจาสงบศึกเด็ดขาด!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...