ฟู่เฉินหวนกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
ร่างที่มิอาจยืนได้มั่นคงคุกเข่าลงกับพื้น
ลั่วชิงยวนรีบวิ่งเข้าไปประคองเขาด้วยความตกใจ
แต่นัยน์ตาสีแดงก่ำของฟู่เฉินหวนกลับมองนางอย่างเย็นชา ห้ามมิให้นางเข้ามาใกล้
“ข้าแพ้แล้ว ยอมจำนน”
ลั่วชิงยวนกำดาบแน่นขณะพยายามกลั้นใจเอาไว้
“เช่นนั้นตอนนี้เราสามารถเจรจากันได้หรือยัง?” ลั่วชิงยวนส่งสายตาเป็นนัย
นางต้องการอาศัยโอกาสในการเจรจาเพื่อเข้าเมืองไปรักษาบาดแผลให้เขา
แต่ฟู่เฉินหวนกลับมีน้ำเสียงเย็นชา “ข้ากำลังบาดเจ็บสาหัส เจ้าจะมาเจรจาในยามนี้ก็ดูจะเป็นการรังแกคนเจ็บมากเกินไป”
“อีกทั้งยังจะทำให้คนสงสัยว่าเจ้าต้องการฉวยโอกาสนี้ปลิดชีวิตข้าด้วยหรือไม่”
“สามวันให้หลังเถิด”
ฟู่เฉินหวนพยายามกลั้นเลือดที่พร้อมพุ่งออกมาจากลำคอ
ยามนี้ใบหน้าของฟู่เฉินหวนซีดเผือด ทำให้ลั่วชิงยวนเป็นห่วงยิ่งนัก
เหตุใดเขาจึงปฏิเสธ!
ลั่วชิงยวนจึงกล่าวขึ้น “ย่อมได้ เจรจากันสามวันหลังจากนี้ ถอยทัพ!”
การเข้าเมืองไปเจรจาในยามนี้มิเหมาะสมอย่างยิ่ง
เพราะอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าพวกเผ่านอกด่านจะฉวยโอกาสเข้ายึดเมือง
ลั่วชิงยวนทำให้ฟู่เฉินหวนบาดเจ็บสาหัส นี่เป็นการสร้างโอกาสที่ดีให้พวกเขาในการเจรจา
กองทัพเผ่านอกด่านถอยทัพไปแล้ว
ลั่วชิงยวนก็ทำได้เพียงต้องออกไปจากที่นี่ นางหันกลับไปมองฟู่เฉินหวนด้วยความกังวล
เมื่อประตูเมืองเปิดออก เหล่าผู้คนในเมืองก็รีบมาพาตัวฟู่เฉินหวนเข้าไปในทันที
เมื่อนางหันกลับมาจึงพบว่าหล่างชิ่นกำลังจ้องมองนางอยู่
สายตาเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์และคลางแคลงใจ
“ยังตัดใจมิได้หรือ? พวกเจ้ากำลังแสดงละครกันอยู่ใช่หรือไม่?”
สายตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา “มิว่าจะแสดงละครหรือไม่ วันชื่นคืนสุขของเจ้าก็ใกล้จะจบลงแล้ว!”
“จะคิดบัญชีความแค้นเก่าและความแค้นใหม่ของเราพร้อมกันไปเลย!”
เมื่อพูดจบ ลั่วชิงยวนก็พลิกตัวขึ้นขี่ม้าแล้วควบม้าออกไป
เซียวชูทายาพลางตอบไปด้วย “แม่ทัพเซี่ยงน่าจะมาถึงภายในสองวันพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่เฉินหวนครุ่นคิด “ใกล้แล้ว”
“รีบส่งข่าวไปหาเซี่ยงจิ้ง ให้เขาแบ่งทหารหนึ่งหมื่นนายเป็นสี่กลุ่มล้อมรอบเผ่าต่าง ๆ ของเผ่านอกด่านจากด้านหลังเมืองผิงหนิง”
“แล้วอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว ห้ามให้คนเผ่านอกด่านรู้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวชูก็ถามด้วยความสงสัย “ท่านอ๋อง มิใช่ว่าจะเจรจาพักรบกันแล้วหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ? เหตุใดจึงต้องให้แม่ทัพเซี่ยงไปล้อมพวกเขาไว้โดยมิให้รู้ตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่เฉินหวนกล่าวเสียงหนักแน่น “ข้ารู้สึกว่าฝ่ายลั่วชิงยวนอาจเจรจากันมิราบรื่น เราควรเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ที่มิคาดฝัน”
“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวชูถอนหายใจ “เหตุใดท่านอ๋องจึงต้องเสี่ยงด้วยพระองค์เอง หากท่านอ๋องมิปรากฏตัว ผู้ใต้บัญชาไปเองก็ได้ ท่านบาดเจ็บเช่นนี้ กระหม่อมกลัวจริง ๆ ว่า...”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วขณะทนความเจ็บปวด
“หากมิทำเช่นนี้แล้วพวกเผ่านอกด่านจะเชื่อได้อย่างไร”
“เผยแพร่ข่าวการบาดเจ็บสาหัสของข้าออกไป ให้ซือซิงหาทางออกไปตามหมอกับหายาให้คนเผ่านอกด่านรู้สถานการณ์ของข้าในขณะนี้”
เซียวชูพยักหน้า “รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
เพื่อให้พระชายาประสบความสำเร็จขณะอยู่ในเผ่านอกด่าน ท่านอ๋องยอมเอาชีวิตเข้าแลกจริง ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...