“เหล่าชนเผ่านอกด่านทั้งหลายจงถอยทัพบัดเดี๋ยวนี้!”
เสียงอันหนักแน่นของลั่วชิงยวนดังก้องกังวาน
แหวนอินทรีในมือของนางส่องประกายวาววับระยับท่ามกลางแสงอาทิตย์
เสียงร้องอันแหลมคมดังก้องมาจากท้องฟ้า แล้วนกอินทรีตัวหนึ่งก็โผบินมา
มันบินมาเกาะที่แขนของลั่วชิงยวน
เมื่อทหารเผ่านอกด่านทั้งหลายเห็นดังนั้นต่างก็ตกใจยิ่งนัก
“นั่นคือแหวนขององค์ราชา”
“นั่นคือคำสั่งของพญาอินทรีศักดิ์สิทธิ์”
“ถอยทัพ! ถอยทัพ!”
ทุกคนต่างก้มลงคำนับพญาอินทรีศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็ถอยทัพไป
ไม่มีผู้ใดสนใจหล่างชิ่นอีกต่อไปแล้ว
ฟู่เฉินหวนเงยหน้ามองร่างบางของลั่วชิงยวน แสงตะวันสีทองสาดส่องลงบนบ่าของนาง
ภาพอันน่าสะเทือนใจคือภาพกองทัพเถื่อนแสดงความเคารพต่อนาง
ทำให้เขาเกิดความรู้สึกผิดแปลกไปว่านางเป็นเทพจริง ๆ
เทพผู้มองสรรพสิ่งอย่างหยามหยัน สูงส่งจนผู้ใดมิอาจล่วงเกินได้
หล่างชิ่นตกใจกลัว
ผู้เป็นบิดาได้มอบแหวนอินทรีให้แก่นางตั้งนานแล้ว!
มิว่าจะทำอย่างไรก็ไร้ประโยชน์!
ไม่มีอะไรต้องแย่งชิงอีกแล้ว!
ขณะที่ลั่วชิงยวนหันหลังกลับเพื่อจะจับหล่างชิ่น
ทันใดนั้นเงาร่างอันว่องไวก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วคว้าร่างของหล่างชิ่นก่อนวิ่งหนีไป
ลั่วชิงยวนกำลังจะไล่ตามไป
แต่กลับเห็นว่าฟู่เฉินหวนได้ยกธนูขึ้นแล้วเล็งไปที่หล่างชิ่น
ลูกธนูอันคมกริบพุ่งทะยานออกไป
ในขณะที่รู้สึกถึงได้ถึงรัศมีแห่งความตายที่พุ่งเข้ามา ลู่หยิ่งก็เบี่ยงตัวหลบ แต่ลูกธนูยังคงพุ่งเข้าที่ไหล่ของหล่างชิ่น
เมื่อฟู่เฉินหวนต้องการจะลงมือยิงซ้ำอีกครั้ง
ร่างนั้นก็ได้หายวับไปแล้ว
ฟู่เฉินหวนรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสที่หน้าอก เขาพยายามกล้ำกลืนเลือดที่พุ่งออกมาถึงลำคอ
ลั่วชิงยวนรีบเดินไปหาฟู่เฉินหวน “คราวนี้หล่างชิ่นทำลายการเจรจาสันติภาพ ชนเผ่านอกด่านจะมิปล่อยนางไป”
แต่ฟู่เฉินหวนกลับไร้สีหน้า หันหลังเดินจากไปอย่างเย็นชา
“ทหาร จับตัวลั่วชิงยวนไปขังไว้”
ลั่วชิงยวนมิทันได้ขัดขืน
จึงถูกเขาจูงออกไปข้างนอก
แต่พวกเขาจะหนีออกไปได้อย่างไร
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ฟู่เฉินหวนก็พาคนมาล้อมพวกเขาไว้
หล่างมู่กัดฟันแน่น
“ข้าจะถ่วงเวลาพวกเขาไว้ พี่หญิงจงรีบหนีไปก่อน!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหล่างมู่ ลั่วชิงยวนก็ตกใจ
เหตุใดจู่ ๆ หล่างมู่จึงเปลี่ยนคำเรียกขาน
ความรู้สึกที่ชนเผ่านอกด่านมีต่อนางทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลง สายตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“วันนี้จะไม่มีใครหนีรอดไปได้ทั้งสิ้น”
ลั่วชิงยวนเดินตรงเข้ามา “ข้าเห็นว่าฉินเชียนหลี่ถูกช่วยเหลือออกมาแล้ว แต่หล่างชิ่นได้วางยาพิษเขาไว้ เขาอาจจะเสียสติ ข้าสามารถช่วยเขาได้”
“แต่เงื่อนไขคือให้ต้องโอกาสเราในการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง”
“เรื่องราวในวันนี้เป็นฝีมือของหล่างชิ่นเพียงผู้เดียว มิใช่ความปรารถนาของชนเผ่านอกด่านทั้งมวล”
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...