ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วกล่าวว่า “หากเจ้าสามารถรักษาฉินเชียนหลี่ได้จริง ๆ ข้าก็จะตกลง”
“แต่เงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ในตอนแรกจะมิสามารถใช้ได้อีกต่อไป”
“สามารถมอบม้าและวัวให้แก่เจ้าได้ทั้งหมด แต่เมืองผิงหนิงจะมิสามารถเปิดประตูให้แก่เจ้าได้อีกต่อไป”
“และเงื่อนไขของข้าจะต้องมีการเพิ่มอีกข้อหนึ่ง”
“คือต้องตัดหัวของหล่างชิ่นมาแลก”
เมื่อทุกคนได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ
ลั่วชิงยวนตอบตกลงในทันที “ได้! พาข้าไปหาฉินเชียนหลี่ก่อน”
“นำตัวพวกเขากลับไปขังไว้ก่อน” ฟู่เฉินหวนสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
จากนั้นก็พาลั่วชิงยวนเดินจากไป
……
เมื่อเข้ามาในห้อง
ลั่วชิงยวนเห็นกรงเหล็กนั้น
มันเป็นกรงเหล็กที่แคบมาก แขนขาของฉินเชียนหลี่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนทั้งสี่ สภาพยับเยินน่าสังเวช
เมื่อเห็นภาพนี้ ความเกลียดชังที่ลั่วชิงยวนมีต่อหล่างชิ่นก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า
ลั่วชิงยวนเดินไปจับข้อมือของเขา
แต่ฉินเชียนหลี่กลับมิได้สติและคำรามใส่นาง
ยื่นมือออกมาหมายจะตะปบลั่วชิงยวนอย่างแรง
ในเสี้ยววินาทีนั้น ฟู่เฉินหวนก็จับไหล่ของลั่วชิงยวนแล้วดึงถอยหลังกลับมา
หลบหลีกฝ่ามือของฉินเชียนหลี่ได้ทัน
ลั่วชิงยวนฉวยโอกาสนี้คว้าข้อมือของฉินเชียนหลี่ได้อย่างฉับไว
เมื่อยกแขนเสื้อขึ้นก็เห็นเส้นสีดำที่ข้อมือของเขาแผ่ขยายไปครึ่งแขน
“ยาพิษนี้ยังมิเข้าไปลึกถึงหัวใจ จึงมิสามารถควบคุมฉินเชียนหลี่ได้”
“น่าจะเป็นหล่างชิ่นที่ให้ยาทำลายประสาทแก่เขาจำนวนมาก เพราะต้องการทำลายจิตใจของเขา ให้เขากลายเป็นทาส”
“หม่อมฉันจะเขียนใบเทียบยาให้เขาก่อนเพื่อให้เขาสงบลง”
ลั่วชิงยวนเขียนใบเทียบยาส่งให้ฟู่เฉินหวน
แล้วถามว่า “ตอนนี้ในเมืองยังมีสมุนไพรเหลือพออยู่หรือไม่เพคะ? หากมิเพียงพอก็สามารถใช้เป็นเงื่อนไขในการเจรจากับชนเผ่านอกด่านได้”
“ในเมื่อตอนนี้ทั้งหม่อมฉันและหล่างมู่ต่างก็อยู่ในมือของท่านแล้ว ชนเผ่านอกด่านจะต้องยินยอม”
แต่ฟู่เฉินหวนกลับรับใบเทียบยาไปแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างเย็นชา
“นี่เป็นเรื่องที่ข้าจะพิจารณาอีกครั้ง”
ลั่วชิงยวนตกใจเล็กน้อย
ทั้งสามมิสนใจอะไรมากนัก รีบเข้าไปในค่ายทันที
แต่ในเวลานี้ลู่หยิ่งก็กระโจนลงมาจากฟากฟ้า จิตสังหารโจมตีเข้ามาขณะใช้ลูกดอกลอบโจมตี
ทั้งสามกระจายตัวหลบหลีกในทันที
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ทหารรักษาการณ์ในค่ายก็พุ่งเข้ามาพร้อมกันแล้วถืออาวุธล้อมพวกเขาไว้
“บังอาจ! พวกเจ้าทำอะไร!” ถูจินตะโกนด่า
ลู่หยิ่งมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาแล้วสั่งว่า “จับตัวไว้!”
ทุกคนพุ่งเข้ามา
ต่อสู้กันในทันที
หัวหน้าเผ่าทั้งสองคือถูจินและหงเซียวผู้มีฝีมือล้ำเลิศ ทั้งสองปกป้องลั่วชิงยวนไว้ตรงกลาง มิจำเป็นต้องให้ลั่วชิงยวนลงมือ พวกทหารก็มิสามารถเข้าใกล้ได้แล้ว
ในเวลานี้หล่างชิ่นก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากกระโจม
“ยอมแพ้เสียเถิด”
หล่างชิ่นหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
ลั่วชิงยวนรู้สึกสังหรณ์ใจมิดี
“เจ้าทำอะไร?”
หล่างชิ่นยิ้มอย่างมีเลศนัย “เมื่อสักครู่นี้เสด็จพ่อได้ประกาศต่อหน้าสาธารณชนแล้วว่า ให้ข้าสืบทอดตำแหน่งราชาเผ่านอกด่าน นำกองกำลังทั้งหมดต่อสู้กับศัตรู!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...