ฟู่เฉินหวนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา
เพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดอันแสนสาหัส
ไทเฮาเห็นสีหน้าเช่นนั้นก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพราะความโศกเศร้าและความโกรธแค้น
กอปรกับอาการบาดเจ็บทางร่างกายจึงทำให้ใบหน้าของเขาซีดเซียว
“อ๋องผู้สำเร็จราชการ ถึงคราวนี้แล้วก็มิจำเป็นต้องแสร้งทำกับตัวข้าอีกต่อไปแล้ว มิว่าใครก็รู้ว่าเจ้าห่วงใยลั่วเยวี่ยอิง ส่วนลั่วชิงยวนจะเป็นหรือตายก็มิใช่เรื่องสำคัญนักสำหรับเจ้าแล้ว”
“ทิ้งนางไว้คนเดียว สถานการณ์ของพวกเราจึงจะกลับคืนสู่ความสงบสุขได้ชั่วคราว”
“มิดีหรืออย่างไร?”
เพียงแค่ผลักไสความผิดทั้งหมดไปให้ลั่วชิงยวน ตระกูลเหยียนก็จะพ้นจากข้อกล่าวหาและสามารถอยู่อย่างสงบสุขได้
เล็บของฟู่เฉินหวนจิกเข้าไปลึกในฝ่ามือ
เขาไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้มากนัก เสียงร้องของลั่วเยวี่ยอิงทรมานเขาอย่างแสนสาหัสทุกวินาที
“ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ หากพวกท่านจะออกหมายจับลั่วชิงยวน กระหม่อมก็จะมิขัดขวาง”
“ปล่อยลั่วเยวี่ยอิงเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
ไทเฮายกยิ้มแล้วพูดว่า “ยามนี้ยังมิสามารถมอบคนผู้นั้นให้เจ้าได้หรอก รอให้เรื่องทุกอย่างสงบลงก่อน แล้วลั่วเยวี่ยอิงก็จะได้กลับไปอยู่เคียงข้างเจ้าอย่างปลอดภัย”
ฟู่เฉินหวนหันหลังเดินจากไป
เมื่อออกจากพระตำหนักโช่วสี่แล้ว ฟู่เฉินหวนก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งมาถึงที่เปลี่ยวไร้ผู้คนจึงพยุงกำแพงไว้ แล้วกระอักเป็นเลือดออกมา
มิทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เขารู้สึกว่าการควบคุมตนเองนั้นยากขึ้นทุกที ความเจ็บปวดก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น
หากการออกหมายจับจะทำให้ลั่วชิงยวนยังคงอยู่ในเผ่านอกด่านก็คงจะดีมิน้อย
เขาจะรับผิดชอบพายุนองเลือดในแคว้นเทียนเชวียเพียงลำพังเอง
หลังจากความเจ็บปวดเริ่มบรรเทาลงบ้างแล้ว ฟู่เฉินหวนจึงไปหาจักรพรรดิ
แล้วชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองผิงหนิง
รวมถึงเรื่องราวที่ลั่วชิงยวนอยู่ป้องกันเมืองเป็นเวลาหลายสิบวันด้วย
เมื่อเหล่าข้าราชบริพารหลายคนที่อยู่ในที่นั้นได้ฟังแล้วต่างก็ตกตะลึง
ฟู่จิ่งหานพูดขึ้นทันที “ถ้าเช่นนั้นลั่วชิงยวนก็เป็นผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดิน! ให้ยกเลิกหมายจับนางเดี๋ยวนี้!”
มหาราชาจารย์เหยียนกล่าวอย่างใจเย็น “อ๋องผู้สำเร็จราชการตรัสว่า ลั่วชิงยวนอยู่ป้องกันเมืองเป็นเวลาหลายสิบวัน แต่ท่านก็มิได้เห็นด้วยพระเนตรของท่านเองมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“มิว่าเรื่องนี้จะจริงหรือไม่ก็ตาม เพียงแต่ว่านางรักษาจักรพรรดิสูงสุดมิหายแล้วหนีไป ก็สมควรที่จะออกหมายจับเพื่อจับกุมนางมาสอบสวนความผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ฟู่เฉินหวนมิได้เอ่ยคำใด
“นางปลอดภัยหรือไม่?”
“กระหม่อมมิเชื่อว่านางจะร่วมมือกับเผ่านอกด่านพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของฟู่เฉินหวนเคร่งขรึมขึ้นทันใด “นางจะมิเป็นอะไร”
“เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดีพ่ะย่ะค่ะ”
……
เผ่านอกด่าน
ลั่วชิงยวนรวบรวมงานวิจัยของอาจารย์ทั้งหมดเข้ากับผงที่เก็บจากเมล็ดนั้น เพื่อพัฒนายาชนิดหนึ่ง
นางตัดส่วนของโอสถจตุรธาตุออก และทำโอสถจตุรธาตุขึ้นมาใหม่
โอสถจตุรธาตุและโอสถวสันต์ศักดิ์สิทธิ์ มีผลในการควบคุมแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
ถือได้ว่าเป็นการหลุดพ้นจากผลของยาก่อนหน้านี้
ท้ายที่สุดแล้ว นี่เป็นประสบการณ์ในการพัฒนาน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วย
หลังจากกลั่นยาสำเร็จแล้ว ลั่วชิงยวนก็ออกจากหุบเขาอสูร
ในทันใดนั้น นางก็เห็นหล่างมู่ด้วยการมองเพียงแวบเดียว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...