“พี่หญิง ท่านออกมาแล้ว” หล่างมู่รีบลุกขึ้นจากพื้น
“เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ตลอดเลยหรือ?”
หล่างมู่ตอบว่า “ข้ามาดูทุกวันเลยขอรับ”
“ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว พี่หญิง ท่านทำอะไรอยู่ข้างในกันแน่ขอรับ?”
ใช่แล้ว มิรู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว
ลั่วชิงยวนตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วมอบตำรับยาให้เขา “ต่อไปนี้เห็ดใส ๆ พวกนั้นสามารถใช้เป็นยาเช่นนี้ได้”
“สามารถรักษาโรคและบาดแผลได้มากมาย ดังนั้นเลิกเอาไปผัดกินกันได้แล้ว”
หล่างมู่ตกตะลึง แล้วค่อย ๆ อ่านตำรับยาแต่ละใบ ในตำรับยาแต่ละใบมีการระบุสรรพคุณทางยาไว้อย่างชัดเจน
“พี่หญิง นี่ท่านเขียนทั้งหมดนี้เลยหรือขอรับ?”
หล่างมู่รู้สึกตกตะลึงและซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ที่แท้พี่หญิงอยู่ในนั้นครึ่งเดือนเพื่อเขียนตำรับยาเหล่านี้
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ตำรับยานี้ครบถ้วน เจ้าต้องท่องจำให้ได้ ห้ามใช้ผิดตำรับ”
“ข้าคง… ต้องกลับแล้ว”
นี่คือสิ่งที่นางสามารถมอบให้พวกเขาก่อนจากไปได้
เมื่อหล่างมู่ได้ฟังดังนั้น ดวงตาของเขาก็ฉายแววผิดหวัง “พี่หญิง มิอยู่พักอีกสักสองสามวันหรือขอรับ?”
“ยังมีหลายสิ่งที่ข้ายังจัดการมิเสร็จในแคว้นเทียนเชวีย หล่างมู่ ต่อไปนี้เผ่านอกด่านก็ต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว หากมีข่าวอะไรก็ให้อาเสินส่งจดหมายไปหาข้า”
หล่างมู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นข้าให้เหยี่ยนหลัวไปกับท่านด้วยได้หรือไม่ขอรับ?”
“มิได้ มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่า เหยี่ยนหลัวเป็นคนเผ่านอกด่าน หากไปกับข้าก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ข้าจะกลับไปคนเดียว”
หล่างมู่จึงทำได้เพียงพยักหน้า แล้วถามว่า “เช่นนั้นเมื่อข้าท่องจำตำรับยาเหล่านี้ได้ ข้าสามารถไปหาพี่หญิงได้หรืไม่ขอรับ?”
“ข้าจะแต่งตัวให้ดี มิเปิดเผยตัวตนแน่นอน”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ได้สิ แต่ต้องเขียนจดหมายส่งไปหาข้าก่อนมาหา”
“ได้ขอรับ!” หล่างมู่คลี่ยิ้มทันที
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว หล่างมู่ก็ขี่ม้าออกไปส่งลั่วชิงยวน
ทั้งสองขี่ม้าเดินทางไปด้วยกันเป็นเวลาหลายวันแล้ว
จนกระทั่งถึงเขตชายแดนที่สามารถมองเห็นเมืองผิงหนิงได้ หล่างมู่จึงหยุด
“พี่หญิง ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยนะขอรับ”
หล่างมู่ตะโกนจากด้านหลัง
ลั่วชิงยวนหันหลังกลับมาโบกมือให้ “เจ้ากลับไปดี ๆ เถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของลั่วชิงยวนก็พลันหมองเศร้า ความผิดหวังผุดขึ้นมาแทนที่ทันที
เขาไปแล้ว
แต่คิดว่าคงมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นในเมืองหลวง ยิ่งสงครามใหญ่เช่นนี้สงบลง เขาก็ควรจะกลับไปรายงานตัวที่เมืองหลวง
“ดี เช่นนั้นข้าก็จะกลับเมืองหลวงเช่นกัน” ลั่วชิงยวนพูดจบก็ขี่ม้าออกจากเมืองไป
มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง
นางใช้เวลาในเผ่านอกด่านไปค่อนข้างนานจึงมิรู้ว่าสถานการณ์ในเมืองหลวงเป็นอย่างไรบ้าง
สักพักซือซิงก็รีบมา แต่กลับพบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว
“ลั่วชิงยวนมาที่นี่แล้วหรือเไม่?”
“มาขอรับ แต่นางรีบไปแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซือซิงก็ใจเสีย รีบขี่ม้าตามไปทันใด
เขาเพิ่งได้รับคำสั่งจากเมืองหลวง
ลั่วชิงยวนถูกออกหมายจับแล้ว!
หากนางกลับไปก็เหมือนกับแกะเดินเข้าปากเสือ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...