ลั่วชิงยวนนิ่วหน้า
หากเป็นนางแม้ว่าโหยหาลูกชายที่สูญเสียไปตั้งแต่วัยเยาว์ นางก็คงไม่คิดจะอัญเชิญวิญญาณเขามาหลังจากที่ผ่านไปหลายสิบปีเช่นนี้
นางรู้สึกว่า เรื่องนี้มีบางอย่างแปลก ๆ
เจ้าของร้านเองก็ไม่รู้อะไรมากนัก เขาแค่รับผิดชอบจัดหาของและเก็บเงินมาเท่านั้น หนนี้เขานึกโลภและบุ่มบ่ามมากเกินไป จนทำให้ตนต้องเดือดร้อน
เพราะว่าเขานั้นซาบซึ้งที่ลั่วชิงยวนช่วยแก้ปัญหาให้ เขาจึงมอบเงินห้าร้อยตำลึงกับนางเป็นการขอบคุณ
เมื่อลั่วชิงยวนรับเงินนั้น นางรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า นี่อาจจะเป็นวิธีทำมาหากินของนางได้ หากว่านางใช้ศาสตร์นี้ทำเป็นอาชีพ นี่น่าจะดีกว่าต้องทนทุกข์และโมโหหัวเสียอยู่ในตำหนักอ๋องใช่หรือไม่?
เมื่อมีความคิดเช่นนี้ นางก็รู้สึกมุ่งมั่น…
เราจะต้องแก้ไขปัญหาในจวนมหาราชครูให้จงได้
หากว่าสามารถแก้ปัญหาในจวนมหาราชครูได้ และได้ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือจากจวนมหาราชครู ในอนาคตหากว่ามีเรื่องแปลกประหลาดอันใดเกิดขึ้นกับตระกูลร่ำรวยในเมือง พวกเขาก็ต้องแนะนำนางให้ไปดู นางเองต้องสร้างชื่อเสียงขึ้นมาเสียก่อนถึงจะเริ่มหาเงินทองได้
เมื่อออกมาจากร้าน ลั่วชิงยวนเองก็ยังคงครุ่นคิดเรื่องนี้ไม่เลิก
แม่นมเติ้งถามว่า “พระชายา ท่านคิดเรื่องวิธีแก้ปัญหาในจวนมหาราชครูอยู่หรือเจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนครุ่นคิดและพึมพำ “หากว่าข้าจะแก้ปัญหานี้ ต้องรับมือกับปมในใจของท่านมหาราชครูลั่ว…”
คนตายแล้วก็ตายไปไม่อาจหวนคืน นี้เป็นกฎตามธรรมชาติ
เป็นไปไม่ได้ที่นางจะทำให้พวกเขาได้สมหวัง
ดังนั้นจึงต้องเริ่มจากการแก้ไขปมในใจของมหาราชครูลั่ว
“แม่นมเติ้ง หลายปีที่ท่านอยู่ในตำหนักอ๋องท่านเคยได้ยินเรื่องที่ว่า มหาราชครูลั่วเสียบุตรชายไปเมื่อสมัยเขายังหนุ่มหรือไม่?” ลั่วชิงยวนไม่มีความทรงจำใดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ดังนั้นนางก็เลยต้องสอบถามหาต้นสายปลายเหตุ
แม่นมเติ้งคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่จะพยักหน้า “เคยได้ยินมาว่า ตอนที่มีเพลิงไหม้จวนมหาราชครู ไม่เพียงภรรยาและบุตรของเขาที่เสียชีวิตเท่านัน แต่ทรัพย์สมบัติทุกชิ้นที่เป็นของพวกเขาก็ไหม้ไปในกองเพลิงด้วย”
“นี่เป็นความเสียใจใหญ่หลวงที่ติดอยู่ในใจของท่านมหาราชครู เขาแทบไม่อาจจำหน้าตาของภรรยาและบุตรได้แล้ว ดังนั้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา เขาก็ส่งคนออกเสาะหาจิตรกรชื่อดังมาวาดภาพเหมือนของภรรยาและบุตรที่อยู่ในความทรงจำของท่านมหาราชครู”
ลั่วชิงยวนมองดูและเห็นว่านั่นเป็นรูปของลั่วอวิ๋นสี่
“คนของจวนมหาราชครูยังหาตัวของลั่วอวิ๋นสี่ไม่เจออีกเหรอ?”
เมื่อเช้านี้ลั่วอวิ๋นสี่ตกใจกลัววิ่งหนีออกมาจากตำหนักอ๋อง นี่ก็เป็นเวลานานมากแล้วหากแต่นางยังไม่ถึงจวนอีกหรือ?
“ดูเหมือนว่าคนในจวนมหาราชครูจะร้อนใจกันมากเจ้าค่ะ ส่งคนออกมาตามหามากมายขนาดนี้ พวกเขาน่าจะไปหาที่ตำหนักอ๋องด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ” แม่นมเติ้งบอก
ลั่วชิงยวนนิ่วหน้า ลั่วอวิ๋นซีจากไปเพราะทะเลาะกับนาง หากว่ามีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ นางเองก็อาจจะโดนลากเข้าไปเกี่ยวด้วย แล้วอีกอย่างสีหน้าลั่วอวิ๋นซีวันนี้ก็เต็มไปด้วยเคราะห์ร้าย…
ไม่น่าจะ…
คิ้วของนางกระตุก และรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที
นางหยิบเข็มทิศออกมาและรีบวิ่งเข้าไปในตรอกเพื่อตรวจดูเงียบ ๆ จากนั้นก็เดินตามการชี้นำของเข็มทิศไปยังสวนด้านหลังของหอนางโลม…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...