ครั้นกลับตำหนักอ๋องแล้ว
หมายจะหารือกับฟู่เฉินหวนอีกครา แต่กลับทราบว่าฟู่เฉินหวนออกไปปฏิบัติภารกิจนอกเมืองแล้ว
นางจึงกลับเข้าไปในห้องของตน ตั้งใจจะศึกษาสรรพคุณของเห็ดเซียนญาณวารีอีกครั้ง ตราบใดที่สามารถควบคุมอาการป่วยของฟู่เฉินหวนได้ มิว่าจะช่วยเหลือลั่วเยวี่ยอิงได้หรือไม่ก็มิใช่เรื่องสำคัญ
ขณะนั้นซูโหยวมาถึงพอดี
“พระชายา”
“มีเรื่องอันใด?”
“เรื่องที่พระชายาให้ข้าไปสืบสวนนั้น ข้าได้สืบสวนเรียบร้อยแล้ว นี่คือคำให้การของทหารรักษาการณ์ในคืนนั้น ข้าได้ตรวจสอบทีละคนแล้ว ไม่มีคนทรยศขอรับ”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว ไม่มีคนทรยศหรือ?
นางรับเอกสารที่ซูโหยวนำมาให้ “ดี ข้าจะลองตรวจดูอีกครั้ง”
“ขอรับ”
ลั่วชิงยวนนั่งบนเก้าอี้ จิบชาพลางอ่านคำให้การของแต่ละคน
จากคำให้การเหล่านั้น นางสามารถสรุปภาพรวมของการรักษาการณ์ในตำหนักอ๋องคืนนั้นได้
นางพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังคงรู้สึกว่ามีคนทรยศในตำหนักอ๋อง
มิเช่นนั้นจะมีใครสามารถลอบเข้าตำหนักอ๋องได้โดยรอดพ้นสายตาของทหารรักษาการณ์ไปได้
และสถานการณ์ครั้งนี้ก็คล้ายคลึงกับหลายครั้งก่อน
คือไม่มีใครพบเห็นคนร้ายเข้ามาเลย แต่กลับเห็นคนร้ายหลบหนี
เพียงแต่ตามไปมิทัน จึงให้คนร้ายหลบหนีออกจากตำหนักอ๋องไปได้
นอกจากคนในตำหนักอ๋องแล้วจะมีใครอีก?
แต่ซูโหยวได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว กลับมิพบคนทรยศ!
จู่ๆ ลั่วชิงยวนก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในสมอง
นางกำมือแน่นโดยมิรู้ตัว
จากนั้นวางเอกสารลง แล้วออกจากห้องไป
ที่บริเวณมิไกลจากลานบ้านนัก นางพบกับฟู่อวิ๋นโจว
“ชิงยวน”
ลั่วชิงยวนตกสะดุ้งเล็กน้อย “องค์ชายห้ามีธุระอะไรเพคะ?”
ฟู่อวิ๋นโจวมีสีหน้าลำบากใจ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “วันนี้จู่ ๆ เหตุใดเสด็จพี่จึงมาจับข้า เป็นเพราะไทเฮากระทำการอันใดหรือไม่?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า
จากนั้นพาฟู่อวิ๋นโจวไปนั่งที่ศาลาในสวน
ฟู่อวิ๋นโจวขมวดคิ้ว ยังคงอยากจะโน้มน้าวนางอีกครั้ง
แต่ลั่วชิงยวนกลับพูดว่า “หม่อมฉันจะไปเตรียมการก่อน ขอทูลลาเพคะ”
เมื่อพูดจบ นางก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปอย่างรีบเร่ง
ออกจากตำหนักอ๋องไป
ส่วนฟู่อวิ๋นโจวที่อยู่ในศาลานั้นพลันกำหมัดแน่น
......
กลางดึกคืนนั้น
ลั่วชิงยวนเข้ามาในตำหนักอ๋องอย่างระมัดระวังผ่านทางประตูหลัง โดยพาสตรีนางหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่มาด้วย
ดูเหมือนลั่วชิงยวนจะคอยประคองนางไว้ แต่ความจริงแล้วจับข้อมือของนางไว้แน่น
พานางไปยังห้องอย่างระมัดระวัง
“เจ้าจงซ่อนตัวก่อน หากเจ้ากล้าวิ่งหนี ข้าจะฆ่าเจ้า!” ลั่วชิงยวนขู่ด้วยเสียงแผ่วเบาแล้วปิดประตู
จากนั้นนางก็รีบไปที่ห้องเก็บยา
มินานหลังจากที่นางไป เงาดำร่างหนึ่งก็เข้ามาในลานตำหนักอย่างเงียบเชียบ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...