เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่จึงบุกเข้าไปในห้องทันที
ทำให้หญิงสาวในห้องตกใจจนจะกรีดร้องออกมา แต่ยังมิทันได้ร้องก็ถูกปิดปากเอาไว้
แล้วถูกสับท้ายทอยด้วยฝ่ามือจนสลบไป
เงาร่างนั้นแบกนางขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้อง หมายจะหลบหนีออกจากตำหนักอ๋อง
แต่เมื่อวิ่งออกไปก็มีเงาร่างหนึ่งมาขวางทางไว้
ลั่วชิงยวนกำมือแน่นมองชายชุดดำตรงหน้าด้วยสายตาเฉียบคม
“เจ้าจะจับซ่งเชียนฉู่ไปทำอะไร?”
คนร้ายชุดดำได้ฟังดังนั้นก็เปลี่ยนสีหน้า รีบเปิดผ้าคลุมออกจึงเห็นว่าคนที่ตนแบกอยู่นั้นคือซ่งเชียนฉู่ มิใช่ลั่วเยวี่ยอิง!
เมื่อเห็นท่าทางตกใจของเขา ลั่วชิงยวนรู้สึกหนาวเหน็บในใจ
คนร้ายชุดดำตบหลังซ่งเชียนฉู่ ทำให้ซ่งเชียนฉู่ล้มลงไปหาลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนรีบก้าวเข้าไปรับซ่งเชียนฉู่ทันที
ส่วนคนร้ายชุดดำฉวยโอกาสหลบหนี
แต่เขาจะหนีได้อย่างไร
ทั้งลั่วอวิ๋นสี่และอู๋อิ่งต่างก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ทั้งสองยืนขวางทางคนร้ายชุดดำไว้
จากนั้นทั้งสามคนก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ลั่วชิงยวนวางซ่งเชียนฉู่ลง พลางเฝ้ามองวรยุทธของคนร้ายชุดดำเงียบ ๆ
จึงรู้ว่าคนผู้นี้เป็นคนร้ายที่นางเคยไล่ล่ามาก่อน
และเคยเกือบจะฆ่าฟู่จิ่งหลีด้วย
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าเป็นหมอกู้ แต่หลังจากหมอกู้เสียชีวิต นางก็มิสงสัยอีกต่อไป
ทว่าในวันนี้กลับพิสูจน์ได้ว่าคนร้ายนั้นเป็นคนอื่น
ด้วยการโจมตีจากทั้งสองด้าน คนร้ายชุดดำจึงมิสามารถต้านทานได้ ถูกฝ่ามือตบจนกระเด็นไปล้มกระแทกพื้น
เขายังคงคิดจะลุกขึ้นหนี แต่กริชจันทร์เสี้ยวของลั่วชิงยวนจ่ออยู่ที่คอของเขาแล้ว
นางกระชากผ้าปิดหน้าของเขาออกอย่างแรง
อีกฝ่ายรีบหลบตาทันใด
ลั่วชิงยวนกำกริชจันทร์เสี้ยวแน่น ในใจนึกโกรธแค้น “แน่ใจแล้วว่าเป็นท่าน!”
“องค์ชายห้า!”
ฟู่อวิ๋นโจวหลบตาและคิดจะอธิบาย แต่กลับกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
“ข้ารู้ว่าหากเจ้ารู้ว่าข้าเป็นเช่นไร เจ้าจะหนีไปจากข้า ข้าคิดว่าเราเป็นสหายกันก็ยังดีจึงหลอกลวงเจ้ามาตลอด”
ลั่วชิงยวนนึกเย้ยหยัน
“แล้วลั่วเยวี่ยอิงเล่า? ท่านลักพาตัวนางไปให้ไทเฮาก็เพราะถูกบังคับใช่หรือไม่? ใครสามารถบังคับท่านได้?”
ฟู่อวิ๋นโจวกำมือแน่นแล้วก้าวเข้ามา “ชิงยวน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ข้าหยุดทำมิได้ แม้จะมิอยากทำก็ตาม”
“ข้ามิได้สนใจเสด็จพี่ ข้ามิได้สนใจลั่วเยวี่ยอิง ข้าสนใจเพียงแค่เจ้า!”
“หากในวันนี้เจ้ามิได้กล่าวถึงการช่วยลั่วเยวี่ยอิง ข้าก็จะมิรีบร้อนกระทำการเช่นนี้จนตกอยู่ในกับดักของเจ้า”
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะยิ่งจมลึกลงไปอีก!”
“เสด็จพี่ของข้ากระทำเช่นนี้กับเจ้า เจ้าจะทนทุกข์ทรมานไปเพื่ออะไร!”
“ในใจข้าเคยมีความทะเยอทะยาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าได้ปกปิดความสามารถตัวเองและแอบฝึกฝนวรยุทธอย่างหนัก ความพยายามที่ข้าได้ทำ ความยากลำบากที่ข้าได้รับมิได้น้อยกว่าเสด็จพี่เลย”
“จนถึงทุกวันนี้ ข้ามิเคยพลาดแม้แต่ก้าวเดียว”
“แต่บัดนี้ข้าอยากละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง”
“ข้าพาเจ้าไปได้หรือไม่? หนีไปจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้!”
ดวงตาของฟู่อวิ๋นโจวแดงก่ำ เขามองนางด้วยความจริงใจแล้วยื่นมือไปหานาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...