ฟู่จิ่งหลีก็อยู่ที่นั่นด้วย
ภายในห้องโถงจัดเตรียมอาหารและสุรารสเลิศไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อทุกคนนั่งประจำที่ แม่ทัพใหญ่ฉินก็เป็นคนแรกที่ยกจอกสุราขึ้น
“ครั้งนี้ตระกูลฉินประสบเคราะห์กรรม โชคดีที่ท่านอ๋องและพระชายาช่วยเหลือไว้จึงรอดพ้นมาได้ วันนี้กระหม่อมขอเป็นตัวแทนตระกูลฉิน แสดงความขอบพระทัยอย่างสุดซึ้งต่อท่านทั้งสองพ่ะย่ะค่ะ!”
แม่ทัพใหญ่ฉินเอ่ยด้วยความจริงใจ
ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนต่างก็ยกจอกสุราขึ้น
“แม่ทัพใหญ่ฉินขอถวายความเคารพพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากดื่มสุราแล้ว แม่ทัพใหญ่ฉินก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “พระชายาทราบหรือไม่ว่าตอนนี้ตามโรงน้ำชาในเมืองหลวงต่างก็เล่าขานถึงเรื่องราวความกล้าหาญของพระชายาที่ชายแดน ช่างองอาจสง่างามยิ่งนักขอรับ!”
“ท่านโปรดเล่าให้พวกเราฟังหน่อยเถิด เพื่อเป็นแบบอย่างให้ไป๋หลี่ได้เรียนรู้ จะได้ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่ชายแดนได้ดีขึ้นในภายหน้าขอรับ”
ลั่วชิงยวนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ชายแดนหรือ? คุณชายรองฉินจะไปชายแดนหรือ?”
ฉินไป๋หลี่พยักหน้า “ใช่แล้วขอรับ วันนี้เป็นทั้งงานเลี้ยงขอบคุณท่านอ๋องและพระชายา และเป็นงานเลี้ยงส่งข้าด้วย!”
“วันพรุ่งข้าจะออกเดินทางไปเมืองผิงหนิงแล้ว”
“สิ่งที่พี่ใหญ่ยังทำมิสำเร็จ ข้าจะเป็นคนสานต่อเอง”
ลั่วชิงยวนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “แล้วดวงตาของท่านเล่า?”
ฉินไป๋หลี่ยิ้ม แล้วหยิบลูกแก้วหลิงหลงขึ้นมา “พูดถึงเรื่องนี้ ข้าต้องขอบคุณพระชายาขอรับ”
“ข้ามีดวงตาใหม่แล้ว”
ลั่วชิงยวนฟังแล้วก็ยิ่งงุนงง มิเข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร
ฟู่จิ่งหลีหัวเราะ “เรื่องนี้ต้องเล่าย้อนไปตอนที่ลูกแก้วหลิงหลงหาย ตอนนั้นลูกแก้วหลิงหลงตกลงไปในคูน้ำ ข้าเห็นเข้าจึงอยากจะลงไปหา”
“แต่คุณชายรองนี่สิ มิกลัวตาย กระโดดลงไปในน้ำทันที”
“ตอนนั้นมืดค่ำแล้ว ข้ากลัวว่าเขาจะจมน้ำตายจึงรีบวิ่งกลับไปตามคนมาช่วยงมหา แต่เขากลับงมลูกแก้วหลิงหลงขึ้นมาได้จริง ๆ”
ฉินไป๋หลี่พยักหน้า น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นเล็กน้อย “ตอนนั้นข้าก็ใจร้อนไปหน่อย พอลงไปในน้ำได้มินานก็รู้สึกหมดแรง มองมิเห็นว่าลูกแก้วหลิงหลงอยู่ที่ไหน”
“เกือบแย่แล้วเหมือนกันขอรับ”
“แต่จู่ ๆ ก็มีแสงสว่างวาบขึ้นต่อหน้า สายตาของข้าจึงมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นมาก”
ลั่วชิงยวนฟังแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ
เช่นนั้นก็คงเป็นฝีมือของเวินซีหลาน
“ดูเหมือนว่าจะเป็นโชคดีในคราวเคราะห์”
ฉินเชียนหลี่พยักหน้า “ใช่ขอรับ”
ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนขี่ม้าไปส่งถึงนอกเมือง
“ตอนนี้ใครเป็นแม่ทัพอยู่ที่เมืองผิงหนิงหรือเพคะ?” ลั่วชิงยวนเอ่ยถาม
“ซือซิง”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “เช่นนั้นการที่ไป๋หลี่ไปที่นั่นก็เท่ากับเป็นการไปดูแลซือซิง และคอยช่วยเหลือเชียนหลี่ไปด้วย”
นางหันไปมองฟู่เฉินหวน “ท่านเป็นคนจัดการเรื่องนี้ใช่หรือไม่เพคะ?”
ฟู่เฉินหวนยกยิ้มจาง “แค่บังเอิญทำไปเท่านั้น”
“เหตุใดตอนนี้มิว่าข้าจะทำอะไร เจ้าก็คิดว่าข้าจงใจวางแผนไว้หมด?”
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้ว “แล้วมิใช่หรือเพคะ? ท่านเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์!”
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลง นัยน์ตาฉายแววดุดันเล็กน้อย
“จิ้งจอกก็จิ้งจอกสิ เฒ่ามาได้อย่างไรกัน?”
ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะฟาดแส้ควบม้าจากไป
ฟู่เฉินหวนรีบควบม้าตามไปทันที “ลั่วชิงยวน เจ้ามาคุยกันให้ชัดเจนก่อน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...