ฟู่เฉินหวนเก็บขนมกุ้ยฮวาไปด้วยความผิดหวัง แล้วพูดปลอบโยน “มิเป็นอะไร รอชิมฝีมือหัวหน้าพ่อครัวเถิด”
ดูเหมือนจะมิถูกใจ ถึงแม้เขาจะเรียนรู้จากหัวหน้าพ่อครัว แต่รสชาติก็ยังแตกต่างออกไป ดูเหมือนต้องฝึกฝนให้มากขึ้น
ลั่วชิงยวนเห็นความผิดหวังในสายตาของเขา จึงยกยิ้มหวานแล้วพูดว่า “หวานมาก! อร่อยมากเพคะ!”
ฟู่เฉินหวนตกตะลึง
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เย้ายวนใจ ใจชายหนุ่มก็รู้สึกหวั่นไหว จึงอดมิได้ที่จะประคองหน้าลั่วชิงยวนแล้วจุมพิต
ถึงแม้จะรู้ว่านางอาจจะปลอบใจเขา แต่เพียงเห็นรอยยิ้มของนางเขาก็สุขใจมากแล้ว
หัวหน้าพ่อครัวมองไปทางอื่น ทำเป็นมิเห็น
ในมิช้า อาหารและขนมก็ถูกยกมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองกินข้าวด้วยกันอย่างมีความสุขจนดึกดื่น
เมื่อออกจากหอหมื่นสุข ลั่วชิงยวนอิ่มจนแทบจะเดินมิไหว
ฟู่เฉินหวนจับมือลั่วชิงยวนเดินไปข้างหน้า “เดินเล่นสักหน่อย แล้วเดี๋ยวข้าค่อยส่งเจ้ากลับ”
ลั่วชิงยวนเรอเบา ๆ “ท่านตั้งใจจะทำให้หม่อมฉันอ้วนขึ้นหรือเไร หากหม่อมฉันอ้วนเหมือนเดิม ท่านก็จะดีใจใช่หรือไม่เพคะ?”
ฟู่เฉินหวนอุ้มนางขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ้าฉลาดมาก”
“ท่าน!” ลั่วชิงยวนยกมือขึ้น
ฟู่เฉินหวนจับมือนางแล้วจุมพิตที่หลังมือก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้ารักเจ้า มิว่าเจ้าจะอ้วนหรือผอม”
“จริงหรือเพคะ?” ลั่วชิงยวนโอบคอเขา แล้วซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนเขา
“หม่อมฉันตัวหนักมากก็กลัวท่านจะอุ้มมิไหว”
ฟู่เฉินหวนอุ้มนางขึ้นอย่างง่ายดายราวกับอุ้มเด็ก แล้วเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
“อุ้มมิไหวก็จะแบกขึ้นหลัง”
ลั่วชิงยวนโอบคอเขา ใบหน้าแนบอยู่บนไหล่ของเขา “ถ้าแบกขึ้นหลังมิไหวเล่าเพคะ”
“แบกขึ้นหลังมิไหว... เช่นนั้นข้าก็จะนอนเฉย ๆ กับเจ้า...”
ฟู่เฉินหวนอุ้มลั่วชิงยวนเดินเล่น ทั้งสองสนทนากันอย่างมิเร่งรีบ
บนถนนที่เงียบสงบ แสงจันทร์ค่อย ๆ ทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวออกไป
ในคืนเดือนเพ็ญที่เย็นสบาย ความรักหวานชื่นของทั้งสองล่องลอยอยู่ในอากาศ
......
ทั้งสองนั่งอยู่ในรถม้า ลั่วชิงยวนถาม “มหาราชาจารย์เหยียนจะลาออกจากตำแหน่งและกลับไปเมืองฉินหรือเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “องค์จักรพรรดิทรงอนุญาตแล้ว วันนี้เขาจะเดินทางกลับเมืองฉิน”
“เมื่อมินานมานี้ข้ากำลังแอบยุยงคนของเขาให้ทรยศ ข้ารู้ตำแหน่งกองกำลังของเขาเกือบหมดแล้ว แต่ยังมิพร้อมที่จะลงมือ เขากลับลาออกก่อน”
“นับเป็นเรื่องที่ข้าคาดมิถึงจริง ๆ”
ลั่วชิงยวนประหลาดใจ ฟู่เฉินหวนคงยุ่งมาก กลางวันจัดการกับตระกูลเหยียน กลางคืนก็ใช้เวลาอยู่กับนาง
มิแปลกใจเลยที่ใต้ตาจะคล้ำ
ลั่วชิงยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้หม่อมฉันเคยพบกับมหาราชาจารย์เหยียน ดูเหมือนเขาจะเจ็บป่วยจริง ๆ เพคะ”
“หรือว่าเขาแกล้งป่วย? เพื่อลาออกจากตำแหน่งก่อนที่ท่านจะเปิดโปงเขาเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “เป็นไปได้”
“ข้ามิเคยละทิ้งการสืบสวนตระกูลเหยียน จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ต้องมีแผนสำรอง เป็นไปมิได้ที่จะนั่งรอความตาย”
“การแกล้งป่วยแล้วลาออก คงมีแผนการอื่นอีกแน่นอน”
ลั่วชิงยวนรู้สึกกังวล “มีจริงด้วยเพคะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...