แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่ลั่วหรงจะไม่ยอมออกไปไหน ลั่วชิงยวนจับลั่วอวิ๋นสี่เอาไว้อย่างรวดเร็ว กัดนิ้วของนางแล้ววาดอักขระบนหน้าผากของลั่วอวิ๋นสี่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่วิญญาณอาฆาตที่อยู่โดยรอบจะค่อย ๆหายไป
ลั่วชิงยวนใช้โอกาสนี้แกะมือของลั่วอวิ๋นสี่ และในที่สุดนางก็คลายมือออกจากลำคอของตน
รอยฝ่ามือสีเข้มที่คอทำให้ดูน่ากลัวนัก!
ลั่วหรงที่คิดว่าตนเคยเห็นลมกระโชกแรงเช่นนี้มาหลายครั้ง และไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใด ในตอนนี้กลับหน้าซีดและแทบจะสิ้นสติ
เมื่อได้เห็นบุตรสาวของตนเป็นเช่นนี้ หัวใจของนางก็แทบจะสลาย
แต่ทว่าลั่วชิงยวนยังคงสงบและนิ่งเฉย หลังจากขับไล่วิญญาณชั่วร้ายที่อยู่รอบตัวไปได้แล้ว นางก็รีบหยิบยันต์ออกมา เผาน้ำ แล้วป้อนให้ลั่วอวิ๋นสี่ดื่ม
อาการตาเหลือกและฟองในปากของนางค่อย ๆ หายไป
นางค่อย ๆ กลับมาสงบและล้มตัวลงนอนกับพื้น
“รีบพานางกลับห้องเร็วเข้า!”
ดวงตาของลั่วหรงแดงกำ และนางก็รีบเรียกคนสองสามคนให้พาลั่วอวิ๋นสี่กลับไปที่ห้องอย่างร้อนรน
ในขณะที่ลั่วหรงกำลังจะจากไป นางเหลือบมองลั่วชิงยวนอย่างลังเล "แล้วเจ้าล่ะ!"
ลั่วชิงยวนเตะโต๊ะพิธีและแท่นบูชาแล้วเอ่ยขึ้นว่า "พวกท่านไปกันก่อนเถิด เดี๋ยวข้าตามไป!"
ยามนี้ลมยังคงพัดแรง และท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยพร่างพราวไปด้วยดวงดาวบนฟากฟ้า บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆทมิฬและความมืดมิด
หากลั่วหรงบอกว่า นางไม่กลัวก็แปลว่านางกำลังโกหก สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแปลกเกินไป!
ต้องรีบออกไปแล้ว
ลั่วชิงยวนเตะโต๊ะพิธี ก่อนที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนเซ็งแซ่เข้ามาในหู เสียงนั้นฟังไม่ได้ศัพท์ สิ่งนั้นทำให้หูของนางอื้อไป
นางคว้าธงอัญเชิญวิญญาณไว้ในมือ ทันใดนั้น สายลมกระโชกก็พัดร่างของนางจนทำให้นางล้มลงกับพื้นอย่างแรง คิ้วทั้งสองของลั่วชิงยวนขมวดมุ่นด้วยความโกรธ
“ไม่แยกแยะดีชั่ว!”
นางเปลี่ยนตำแหน่งของธงอัญเชิญวิญญาณอย่างรวดเร็วและวาดอักขระเป็นวงเล็ก ๆ จากนั้นนางก็จุดไฟให้ลุกโชนและเผาธงอัญเชิญวิญญาณลงจนหมด เสียงในหูของนางก็แหลมขึ้นและแหลมขึ้นเรื่อย ๆ เสียงนั้นทำให้คนที่ได้ฟังเสียวสันหลังวาบ
เมื่อธงอัญเชิญวิญญาณถูกไฟเผา ห้วงความมืดมิดอันไร้ขอบเขตก็ถูกฉีกออก
นับตั้งแต่ที่ลั่วชิงยวนเข้ามาที่จวนนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้รับการปฏิบัติอย่างแขกผู้มาเยือน
“อวี้เวย ไปพักผ่อนเถอะ ให้ทุกคนออกไปจากเรือนนี้เสียก่อน” ลั่วหรงสั่งนางรับใช้ที่นำชามา
"เจ้าค่ะ"
หลังจากที่ทุกคนในเรือนออกไปข้างนอกและเหลือเพียงความเงียบเชียบ ลั่วหรงก็มองไปที่ลั่วชิงยวนก่อนเอ่ยขึ้นว่า "เจ้า ... "
“อวิ๋นสี่ นาง...”
ลั่วหรงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะถาม แต่นางก็แน่นิ่งไปครู่หนึ่ง นางไม่รู้ว่าจะเอ่ยออกไปเช่นไรดี
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นว่า ลั่วหรงเองก็ตกใจไม่น้อย นางจึงยิ้มและปลอบโยนอีกฝ่าย "อวิ๋นสี่จะไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ฮูหยินลั่ว มิต้องกังวล"
“เรื่องในคืนนี้อาจทำให้ฮูหยินตกใจไม่น้อย ท่านทำใจให้สบายเสียเถิด อย่าได้กล่าวอันใดที่จะทำร้ายจิตใจนาง ฮูหยินลั่วอย่าเพิ่งพบนางในตอนนี้เลยจะดีกว่า เพราะนั่นจะกระตุ้นให้นางอารมณ์ไม่ดีเสียเปล่า”
ตอนนี้นางรู้แล้วว่า เหตุใดลั่วอวิ๋นสี่ถึงอยากหนีไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...