น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนนั้นบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังหึงหวงอยู่
ลั่วชิงยวนปอกส้มแล้วป้อนให้ฟู่เฉินหวนพลางพูดอย่างอารมณ์ดีว่า “หล่างมู่มองหม่อมฉันเป็นเพียงพี่หญิงจริง ๆ เพคะ”
“เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่หญิงมาตั้งแต่เด็ก แต่พี่หญิงของเขาเสียชีวิตเพราะเขา จึงเป็นบ่วงกรรมและความเสียใจตลอดชีวิตของเขา”
“ต่อมาหล่างชิ่นกลายเป็นพี่หญิงของเขา เขาเชื่อฟังหล่างชิ่นทุกอย่าง แต่สุดท้ายหล่างชิ่นกลับต้องการให้เขาตาย”
“หลังจากนั้นเมื่อหม่อมฉันไปยังเผ่านอกด่าน ราชาเผ่านอกด่านบอกว่าหม่อมฉันเป็นพี่หญิงของเขา ดังนั้นเขาจึงมองหม่อมฉันเป็นพี่หญิงแท้ ๆ มาโดยตลอด”
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนั้นก็สงสัยยิ่งนัก “พูดตามตรงคือข้ายังคงมิเข้าใจเลยว่าเหตุใดราชาเผ่านอกด่านจึงมั่นใจว่าเจ้าเป็นลูกสาวของเขา”
ลั่วชิงยวนพูดเสียงเบาว่า “ราชาเผ่านอกด่านกับลั่วไห่ผิงมีใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะ! พวกเขาเป็นพี่น้องกันเพคะ!”
“ก่อนที่ท่านแม่ของหม่อมฉันจะมาเมืองหลวงแล้วแต่งงานกับลั่วไห่ผิง นางเคยมีความสัมพันธ์กับราชาเผ่านอกด่าน แต่สุดท้ายก็มิได้ลงเอยกันจึงมาเมืองหลวงและแต่งงานกับลั่วไห่ผิงเพคะ”
ฟู่เฉินหวนตกตะลึงยิ่งนักเมื่อได้ฟัง
“นั่นหมายความว่า ท่านแม่ของเจ้ารักแต่มิได้ครอบครอง จึงมองลั่วไห่ผิงเป็นราชาเผ่านอกด่าน แล้วอภิเษกสมรสกับเขา!”
“ดังนั้นเจ้าจึงมิใช่ลูกสาวของลั่วไห่ผิง แต่เป็นลูกสาวของราชาเผ่านอกด่าน!”
“มิน่าแปลกใจที่ราชาเผ่านอกด่านจะสละบัลลังก์ให้เจ้า” ฟู่เฉินหวนจึงเข้าใจในที่สุด
ลั่วชิงยวนปกปิดเรื่องราวบางอย่างไว้ เพราะความลับเหล่านั้นอธิบายได้ยากเกินไป
ฟู่เฉินหวนพูดพลางพึมพำว่า “ดังนั้นเจ้ากับหล่างมู่ จึงเป็นพี่น้องที่มีมารดาคนละคนกัน”
“เป็นพี่น้องแท้ ๆ จริงด้วย...”
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนก็ผ่อนคลายลง
ลั่วชิงยวนเท้าคางมองเขา “แล้วท่านยังคงคิดจะหาตำแหน่งให้เขาอยู่หรือไม่เพคะ?”
ฟู่เฉินหวนตอบอย่างเรียบเฉยว่า “หาสิ”
“เพื่อเป็นเกียรติแก่น้องภรรยาของข้า ข้าจะหาตำแหน่งที่สบาย ๆ ให้เขา”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้าอย่างช่วยมิได้ “เกรงว่าเขาจะมิยอมรับหรอกเพคะ”
“มิลองดูจะรู้ได้อย่างไร”
ต่อมามิรู้ว่าฟู่เฉินหวนพูดอะไรกับหล่างมู่ หล่างมู่จึงมิได้รับตำแหน่ง แต่กลับหลีกเลี่ยงเวลาพบกับฟู่เฉินหวนอย่างรอบคอบ
เมื่อฟู่เฉินหวนกลับมา เขาก็จะไปดื่มสุราและชมการแสดงที่หอฝูเสวี่ย
“สมัยก่อนตระกูลเหยียนมีอำนาจมหาศาล ไม่มีใครกล้ายั่วยุพวกเขา แต่บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
หัวหน้าหมอหลวงมู่ถอนหายใจแล้วเดินออกไป
......
สถานการณ์ในราชสำนักสงบลง ดูเหมือนว่าตระกูลเหยียนล่มสลายแล้ว
ในบรรดาผู้ที่ยินดีที่สุดคือฟู่จิ่งหาน เขาสามารถเป็นจักรพรรดิที่แท้จริงได้ในที่สุด มิใช่จักรพรรดิหุ่นเชิดที่ถูกควบคุม
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ฟู่จิ่งหานออกพระราชโองการที่น่าตกใจฉบับหนึ่ง
วันนี้ลั่วชิงยวนเดินเล่นกับหล่างมู่อยู่บนถนน แล้วเห็นประกาศที่ติดอยู่ตามท้องถนน
ลั่วชิงยวนจึงลองเดินเข้าไปดู
เมื่อเห็นเนื้อหาในประกาศก็ตกตะลึง
หล่างมู่อ่านประกาศ “ขอเชิญฉู่ลั่วเข้าวังเพื่อแต่งตั้งเป็นมหาปราชญ์...”
“พี่หญิง ฉู่ลั่วเป็นใครหรือขอรับ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...