“ช่างน่าเวทนา เหยียนผิงเซียวช่างเป็นคนมีใจมั่นคงยิ่งนัก...”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มมุมปากแล้วกล่าวอย่างแผ่วเบา “เขามิได้น่าสงสารหรอก”
“ครั้งหนึ่งเขาก็หลอกลวงความรู้สึกของลั่วเยวี่ยอิงเช่นนี้ ใช้ลั่วเยวี่ยอิงมาทำร้ายข้า สุดท้ายก็ถูกสตรีที่รักหลอกลวงจนตายอย่างน่าอนาถ นับว่าเป็นเวรกรรม”
ซ่งเชียนฉู่ถอนหายใจ “ช่างเป็นการเอาคืนอย่างสาสม”
“แต่คราวนี้ลั่วฉิงหนีรอดไปได้ คงจับนางได้ยากแล้ว”
“ยิ่งกว่านั้น นางยังเห็นใบหน้าที่แท้จริงของท่านและรู้ตัวตนของท่านแล้วด้วย คงต้องนำเรื่องนี้มาสร้างความวุ่นวายแน่นอน!”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มมุมปาก “ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน”
“ลั่วฉิงคงมิปล่อยข้าไว้แน่ ข้ามิไปหานาง นางก็ต้องมาหาข้าอยู่ดี”
ซ่งเชียนฉู่ถามอย่างเป็นห่วง “แล้วท่านมีแผนการอะไรหรือไม่?”
ลั่วชิงยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “วิธีที่ลั่วฉิงจะเล่นงานข้าได้ก็คือการเปิดเผยตัวตนของข้า แต่ตัวตนของนางเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นมาก”
“กองคาราวานของสมาคมการค้าเฟิงตู สามารถเดินทางตรงไปยังชายแดนที่ติดกับแคว้นหลีได้ก็น่าจะสืบหาเบาะแสที่เป็นประโยชน์ได้”
ซ่งเชียนฉู่ตาเป็นประกาย “ข้าจะช่วยท่านเอง”
“บ้านข้าอยู่มิไกลจากที่นั่น ข้าจะไปสืบให้”
“อย่างไรเสียข้าก็ต้องกลับบ้าน ข้ามิอาจผลัดเฉินเซี่ยวหานต่อไปได้อีกแล้ว จะถือโอกาสนี้พาเขาไปพบท่านพ่อข้าด้วยเลย”
ลั่วชิงยวนประหลาดใจ “ในที่สุดเจ้าก็จะพาเขาไปพบบิดาแล้ว”
“แต่เสียดาย คราวนี้ข้าคงไปกับเจ้ามิได้ ฝากความคิดถึงถึงท่านลุงด้วย โอกาสหน้าข้าจะไปคารวะ!”
ซ่งเชียนฉู่ลุกขึ้นทันที “เรื่องเล็กน้อย รอวันหน้าข้าจะพาท่านไปที่ภูเขาของพวกเรา ที่นั่นสูงเสียดฟ้า กลางวันชมทะเลเมฆ กลางคืนชมทะเลดาว รับรองว่าท่านต้องมิเคยเห็นทิวทัศน์เช่นนี้มาก่อนแน่!”
“ข้าจะไปเก็บข้าวของก่อน!”
ซ่งเชียนฉู่ดีใจอย่างยิ่ง
ลั่วชิงยวนก็รู้สึกตื่นเต้น รีบไปช่วยซ่งเชียนฉู่เก็บข้าวของ
“รอเรื่องนี้จบ ข้าจะต้องไปให้ได้ หากไม่มีทะเลเมฆทะเลดาวอย่างที่เจ้าว่า ข้ามิยอมแน่!”
วันนั้นซ่งเชียนฉู่เก็บข้าวของเรียบร้อย
แล้วรีบพาเฉินเซี่ยวหานออกเดินทาง
ตอนถูกพาตัวไป เฉินเซี่ยวหานยังคงงุนงงสับสน
จนกระทั่งขี่ม้าออกจากเมือง จึงได้สติและดีใจจนตัวลอย
เพราะหล่างมู่มิสนใจว่าฟู่เฉินหวนจะเป็นตายร้ายดี เขาสนใจเพียงว่าลั่วชิงยวนถูกรังแกหรือไม่
เลือดของลั่วเยวี่ยอิงถูกนำไปมากมาย ช่วงนี้นางหมกมุ่นกับการค้นคว้า แต่ก็พบว่ายังไม่มีวิธีแก้ปัญหา
ตอนนี้ในเมืองหลวง ผู้ที่ควบคุมฟู่เฉินหวนได้ดูเหมือนจะมีเพียงลั่วเยวี่ยอิงคนเดียวเท่านั้น
หากลั่วเยวี่ยอิงตาย ฟู่เฉินหวนย่อมมิถูกคนตายควบคุม
ส่วนลั่วเยวี่ยอิงตายแล้ว ฟู่เฉินหวนจะมีปฏิกิริยาเช่นไรก็ยากจะคาดเดา
นี่นับเป็นความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว
แต่เมื่อเทียบกับปัญหาที่ลั่วเยวี่ยอิงยังมีชีวิตอยู่ ความเสี่ยงนี้น่าจะรับได้
นางกำชับลั่วอวิ๋นสี่ แล้วลั่วอวิ๋นสี่ก็รับคำ “ข้าจะทำอย่างเงียบเชียบ”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า
สำหรับลั่วอวิ๋นสี่ การฆ่าลั่วเยวี่ยอิงคงมิใช่เรื่องยาก
นางคิดว่าคงได้รับข่าวดีในตอนเย็น
แต่มิคาดคิดว่าตอนบ่ายจะมีเสียงกรีดร้องดังมาจากเรือนของลั่วเยวี่ยอิง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...