“เมืองฉินสามารถรวบรวมกองกำลังกบฏได้สามหมื่นนาย โดยไม่มีวี่แววมาก่อน แสดงว่าทหารสามหมื่นนายนี้ก็คือชาวเมืองเมืองฉิน ตระกูลเหยียนเปลี่ยนเมืองฉินเป็นฐานที่มั่นของกองทัพแล้ว”
“ดังนั้นที่นั่นย่อมแข็งแกร่งที่สุด แม้แม่ทัพใหญ่จะมิอยู่ เมืองฉินก็ยังยากจะโจมตี”
“ควรให้ท่านอ๋องนำทัพไปปราบด้วยพระองค์เอง”
“ส่วนเป่ยตี้นั้นผู้คนกระจัดกระจายกันไปในแต่ละพื้นที่ ดูจากภูมิแคว้นแล้ว ที่นั่นน่าจะมีทหารฝีมือดีประจำการ และรอบ ๆ ล้วนเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เหมาะกับแม่ทัพใหญ่ที่มีไหวพริบ เชี่ยวชาญการซุ่มโจมตีแบบมิให้ตั้งตัว”
“และปกป้องชาวบ้านให้มากที่สุด”
“องค์ชายห้าเหมาะสมที่สุด”
“...”
ลั่วชิงยวนวิเคราะห์และจัดการทุกอย่าง
ขุนนางทั้งหลายต่างตกตะลึง
พวกเขามิคิดว่า สตรีคนหนึ่งจะมีความสามารถในการวางแผนการรบ มิแพ้แม่ทัพใหญ่ผู้มากประสบการณ์เลย
ฟู่เฉินหวนยืนกอดอกมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาลึกซึ้ง
มุมปากเผยรอยยิ้มจาง
เหล่าขุนนางต่างมองลั่วชิงยวนด้วยความชื่นชม
เมื่อนางกล่าวจบ ก็มีขุนนางถามด้วยความสงสัย “แล้วซีหลิงเล่าขอรับ?”
“หากเป็นเช่นนี้ แม่ทัพใหญ่ก็ออกไปหมด ไม่มีใครไปซีหลิงเลยหรือขอรับ? คงจะมิส่งทหารองครักษ์เมืองหลวงไปกระมัง”
ทุกคนต่างสงสัย
ลั่วชิงยวนกล่าวว่า “ข้าจะไปเอง!”
“ให้ทหารม้าสามพันนายก็พอ”
สิ้นคำพูดของนาง ทุกคนก็ตกตะลึง
เงียบกริบไปทั้งท้องพระโรง
ลั่วชิงยวนมองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า “ท่านทั้งหลายมีข้อโต้แย้งหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้ยังถกเถียงกัน บัดนี้ต่างก็มองหน้ากัน
แล้วส่ายหน้า
“ข้าไม่มีข้อโต้แย้ง! ท่านมหาปราชญ์วางแผนได้ยอดเยี่ยม ข้าขอยอมรับขอรับ!”
“ข้าก็หาได้ข้อโต้แย้งไม่ขอรับ!”
ลั่วชิงยวนสามารถทำนายสงครามที่จะเกิดขึ้นทั่วแคว้นได้ ระบุสถานที่ได้ แต่ล้วนต้องใช้พลังมาก
ดังนั้นตอนนี้ร่างกายของนางจึงอ่อนแอ
“มิต้องห่วงเพคะ หม่อมฉันมิเป็นอะไร ท่านไปเมืองฉินก็ระวังตัวด้วย”
“หม่อมฉันเดาว่า เหยียนหน่ายซินกับลั่วฉิงอยู่ที่เมืองฉิน ที่นั่นปลอดภัยที่สุดสำหรับเหยียนหน่ายซิน นางต้องคุมสถานการณ์อยู่ที่นั่นแน่นอนเพคะ”
“เมื่อท่านไป นางคงมิปล่อยท่านไว้แน่”
ฟู่เฉินหวนโอบกอดนาง “ข้าจะระวัง เจ้าก็ต้องระวังเช่นกัน”
ลั่วชิงยวนยกยิ้ม “เช่นนั้นหม่อมฉันจะรอท่านกลับมาพร้อมชัยเพคะ”
“เจ้าก็เช่นกัน”
วันนั้นฟู่เฉินหวนจัดทหารม้าสามพันนายด้วยตัวเอง พร้อมกับส่งเซียวชูไปคอยอารักขานาง
ทั้งสองลาจากกันที่ประตูเมือง กองทัพสองกองมุ่งหน้าไปคนละทิศ
กองทัพของลั่วชิงยวนแต่งกายด้วยชุดดำ มีจำนวนมากจึงแบ่งเป็นสามสายมุ่งหน้าสู่ซีหลิง
ม้าที่ใช้ล้วนเป็นม้าเร็ว เดินทางพันลี้ได้ในวันเดียว กองทัพเดินทางทั้งวันทั้งคืน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...