ลั่วชิงยวนฉวยแขนหล่างมู่ไว้พลางดึงให้ถอยหลังกลับเปลี่ยนทิศทางหนีเอาชีวิตรอด
แม้ร่างจะพุ่งผ่านไปเพียงชั่วพริบตา แต่ก็มิอาจรอดพ้นสายตาของชายผู้ตามล่า
ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเขาฉายแววเยือกเย็นราวกับสัตว์ป่าที่ได้กลิ่นเลือด เขาชักกระบี่พิชิตมารขึ้น กระโจนตามติดไปอย่างมิลดละ
ลั่วชิงยวนดึงหล่างมู่วิ่งหนี แสงไฟจากเพลิงไหม้ที่ลุกโชนในสำนักใหญ่ส่องสว่างให้เห็นเงาของทั้งสองอย่างชัดเจน
เมื่อรู้สึกว่าคนข้างหลังไล่ตามมาติด ๆ ลั่วชิงยวนจึงดึงหล่างมู่เปลี่ยนทิศทางวิ่งเข้าไปในความมืดมิด
“พี่หญิง ท่านหนีไปก่อนเถิดขอรับ ข้าจะขัดขวางเขาไว้เอง!”
หล่างมู่เอ่ยพลางจะส่งถุงยาให้นาง แล้วหันไปเผชิญหน้ากับชายผู้ตามหลัง
แต่ลั่วชิงยวนกลับจับแขนหล่างมู่ไว้แน่น “มิได้! เจ้ามิใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”
“มิได้ลองดูจะรู้ได้อย่างไรขอรับ!” หล่างมู่ปรารถนาจะปกป้องลั่วชิงยวน และคอยคุ้มกันให้นางหนีไปก่อน
แต่ลั่วชิงยวนมิยินยอม
“เจ้ามิเชื่อฟังคำของพี่หญิงหรือ?”
หล่างมู่จึงเงียบไป
ลั่วชิงยวนหยิบเข็มทิศขึ้นมา แล้วกรีดฝ่ามือเพื่อใช้เลือดเป็นเครื่องบูชาอัญเชิญวิญญาณมาต่อสู้
แต่ภูตผีปีศาจบนภูเขาลูกนี้มีน้อยจึงมิค่อยทรงพลังนัก
แต่ก็พอจะขัดขวางผู้ที่ตามหลังมาได้
ลั่วชิงยวนหันกลับไปมองจึงเห็นว่าศัตรูถูกขัดขวางไว้
ทั้งสองจึงรีบหนีไปหลบซ่อนตัวในที่ลับตา ซึ่งมีความปลอดภัยกว่า
ลั่วชิงยวนเรียกอาเสินมา แล้วมอบกระสอบยาและจดหมายให้
“อาเสิน เจ้าจงนำสิ่งนี้ไปส่งยังที่ตั้งค่ายทหารของพวกเราโดยเร็ว”
อาเสินคาบเชือกแล้วบินจากไป
ทันใดนั้น ลั่วชิงยวนก็ดึงหล่างมู่ขึ้น “อาเสินอาจเปิดเผยตำแหน่งของเรา รีบไปเถิด”
หล่างมู่คอยระวังหลังอยู่ตลอดเวลา เขาเอ่ยขึ้นว่า “พี่หญิง ท่านมิได้ขวางเขาไว้แล้วหรือ? เขาน่าจะตามมามิทันอีกสักพัก”
ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เขามีกระบี่พิชิตมาร ภูตผีปีศาจใด ๆ ก็มิอาจขัดขวางเขาได้”
“สามารถยื้อเวลาได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น”
“รีบไปเถิด”
ยิ่งลั่วชิงยวนที่ยังอยู่ในขั้นฝึกฝน ยิ่งมิคู่ควรกับการต่อสู้กับเขา
ทั้งสองหนีไปนานมาก ขณะนี้ฟ้าสางแล้ว ทั้งสองจึงเปลี่ยนที่หลบซ่อนตัวเพื่อพักผ่อน
พวกเขาเอนกายพิงเนินเขา มองไปยังยอดเขาที่ถูกแสงแห่งรุ่งอรุณสาดส่อง
“ฟ้าสางแล้ว”
“พี่หญิง ข้าหิวแล้ว”
ลั่วชิงยวนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ข้าก็หิว”
นางหันไปมอง ริมฝีปากของหล่างมู่แห้งแตก “กระหายน้ำหรือ”
หล่างมู่พยักหน้า
ลั่วชิงยวนมองไปรอบ ๆ เห็นว่ามีพืชพรรณมากมาย จึงเด็ดใบไม้ใบใหญ่มาใบหนึ่ง แล้วใช้ใบไม้นั้นเก็บน้ำค้าง
มินานก็ได้น้ำค้างจำนวนมาก
“มาเถิด” ลั่วชิงยวนส่งน้ำให้หล่างมู่ เมื่อหล่างมู่ดื่มน้ำแล้ว ความกระหายก็หายไป
ทั้งสองเก็บน้ำค้างต่อไป แล้วลั่วชิงยวนก็ดื่มน้ำค้างเพื่อดับกระหาย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...