เฉินชีเอื้อมมือไปจับข้อมือของนางที่พยายามดิ้นรนไว้ พลางกล่าวว่า “อย่าขยับ มันมิลวกเจ้าหรอก”
“จะมิลวกได้อย่างไร! ปล่อยข้า! หากมือข้าไร้ประโยชน์ ข้าจะมิอาจใช้คาถาอาคมอะไรได้อีก แล้วข้าจะมิอาจช่วยเจ้าได้!”
เฉินชีได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ “ยากนักที่ในเวลาเช่นนี้เจ้ายังคิดถึงเรื่องช่วยข้า ถูกใจข้ายิ่งนัก ข้าจะมิให้รอยแผลเป็นใด ๆ เกิดขึ้นบนมือคู่นี้ของเจ้าเป็นแน่”
กล่าวจบ เขาก็ค่อย ๆ รินสิ่งนั้นลงบนกลไกที่ติดอยู่บนข้อมือของนาง
รังสีอันร้อนแรงแผดเผา ทำให้ใจของลั่วชิงยวนหวาดหวั่น
นางมิอาจเชื่อใจเฉินชีได้เลย
เปลวเพลิงยังคงลุกโชนอยู่ในเหล็กหลอมเหลว ทำให้ลั่วชิงยวนเบี่ยงตัวหลบอย่างตื่นตระหนก
เหล็กหลอมเหลวร้อนระอุถูกกั้นไว้ด้วยเหล็กเพียงชั้นเดียว แทบจะแนบชิดกับผิวหนังของนาง ความรู้สึกร้อนผ่าวเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกว่าเครื่องมือนั้นจะถูกหลอมละลายได้ทุกเมื่อ แล้วของเหลวนั้นจะทะลุลงมาถึงข้อมือของนาง
นางอดมิได้ที่จะตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก
บังเอิญว่าเฉินชีใช้มือข้างหนึ่งหมุนกลไก ทำให้ฝ่ามือของลั่วชิงยวนหงายขึ้น เนื่องจากนางตัวสั่นค่อนข้างแรง ทำให้เหล็กหลอมเหลวที่กำลังถูกรินลงมามีบางส่วนเบี่ยงเบนออกไป
ดวงตาของเฉินชีเบิกกว้าง เขารีบยื่นมือออกไปบังบนหลังมือของลั่วชิงยวน
หยดเหล็กหลอมเหลวนั้นจึงตกลงบนหลังมือของเขาแทน
เสียงหนังไหม้ดังขึ้น ฟังแล้วเสียวสันหลังวาบ
ลั่วชิงยวนตกใจ
ทว่าเมื่อมองไปที่เฉินชี เขากลับทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สีหน้ามิได้เปลี่ยนแปลง
ดวงตาสงบนิ่งจ้องมองมือของนาง แล้วเอ่ยเสียงเย็นว่า “บอกว่าอย่าขยับ ข้ามิได้จะทำร้ายเจ้า”
“ว่าที่นักบวชหญิงแห่งแคว้นหลีในภายภาคหน้า จะปล่อยให้มีรอยแผลเป็นได้อย่างไร ต้องไร้ที่ติ!”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ราวกับถูกมนตร์สะกด
บ้าคลั่งจนน่าหวาดกลัว
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินดังนั้นก็ตัวแข็งทื่อ “ว่ากระไรนะ? นักบวชหญิงแห่งแคว้นหลี?”
หรือว่าว่าเฉินชีจำนางได้แล้ว?
ไม่
มิน่าจะใช่
หรือว่าว่าเฉินชีต้องการควบคุมนางให้เป็นนักบวชหญิงแห่งแคว้นหลี เช่นนั้นเขาก็จะสามารถควบคุมแคว้นหลีได้ทั้งหมด
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ชาวแคว้นหลีล้วนเชื่อฟังนักบวชหญิง
“เสร็จแล้ว” เฉินชีนำน้ำเย็นมาราด เสียงซู่ซ่าดังขึ้น
ลั่วชิงยวนได้สติกลับคืนมา จึงเห็นว่าสิ่งนั้นถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
“ข้าชอบนักเวลาเจ้าโกรธเช่นนี้”
ลั่วชิงยวนโกรธจัด แต่ก็ได้แต่เก็บงำอารมณ์ไว้
นางต้องแสร้งทำเป็นร่วมมือกับเฉินชีจึงจะทำให้เฉินชีลดความระมัดระวังลงได้
แล้วจึงจะมีโอกาสหลบหนี
“ข้ามิอยากพูดไร้สาระกับเจ้า เจ้าจับข้ามา ต้องการให้ข้าช่วยทำสิ่งใดก็ว่ามาตามตรง”
เฉินชีกลับลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินจากไปอย่างมิใส่ใจ “มิต้องรีบร้อน”
“ให้ข้าได้เพลิดเพลินกับความสนุกในการจับเหยื่ออีกสักหน่อย”
เฉินชียกยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วออกจากป่าไผ่ไป
ลั่วชิงยวนรู้สึกมิสบายใจ เฉินชีต้องรู้แน่ว่ามีคนตามมาข้างหลัง
นางอดมิได้ที่จะเป็นห่วงหล่างมู่และเซียวชู
หลังจากเฉินชีจากไป ลั่วชิงยวนก็ลองเดินไปมาข้างนอก
แปลกที่เฉินชีมิได้ส่งคนมาขัดขวางนาง
และไม่มีผู้ใดคอยเฝ้าอยู่ด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...