หรือว่าเฉินชีมิได้หวั่นเกรงว่านางจะหลบหนีไป?
ครั้นเมื่อนางวิ่งวนรอบเขาและวิ่งออกจากป่า จึงได้ตระหนักว่าสามด้านล้วนเป็นหน้าผาสูงชัน นางจึงเข้าใจว่าเหตุใดเฉินชีมิได้ส่งคนมาเฝ้านาง
ก่อนฟ้าจะมืด นางรีบวิ่งกลับไปยังกระท่อมไม้ไผ่
ทันทีที่กลับเข้าไปในกระท่อม เฉินชีก็ตามมาติด ๆ
แล้วนำอาหารมาให้
“เป็นเช่นไรบ้าง? ทิวทัศน์บนเขางดงามหรือไม่?”เฉินชีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ลั่วชิงยวนเอนกายพิงเก้าอี้ หลับตาพักผ่อน “แม่ทัพเฉินช่างมีอำนาจล้นฟ้า ข้าทำสิ่งใด เจ้าก็รู้แจ้งไปเสียหมด”
เฉินชียืนกอดอกเลิกคิ้วครุ่นคิด “แม่ทัพเฉินรึ? นานนักแล้วที่ไม่มีผู้ใดเรียกข้าเช่นนี้”
“เจ้าช่างละม้ายกับสหายเก่าของข้าผู้หนึ่ง”
ใจของลั่วชิงยวนหวั่นไหว
แล้วหัวเราะเยาะ “คนอย่างแม่ทัพเฉินก็มีสหายด้วยหรือ?”
เฉินชียกยิ้มแล้วเลิกคิ้ว “ไม่มี”
“เช่นนั้นเปลี่ยนเป็น... ศัตรูเก่า?”
ลั่วชิงยวนมิอยากพูดเรื่องไร้สาระอีก นางเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด บอกข้าก่อนได้หรือไม่”
“มิต้องรีบร้อน” เฉินชียกยิ้ม
จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป โดยทิ้งท้ายไว้ว่า “ยามราตรีบนเขาหนาวเย็น จงจำไว้ว่าต้องสวมอาภรณ์เพิ่ม มีอยู่ในตู้”
เมื่อเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป ลั่วชิงยวนรีบลุกขึ้นค้นหาในห้องทันที
แล้วพบกระดาษกับพู่กัน จึงรีบวาดภาพภูมิแคว้นบนเขาที่นางจดจำไว้ในวันนี้
รวมถึงเส้นทางที่มาที่นี่ด้วย ซึ่งนางก็จำได้
และวาดภาพภูมิแคว้นโดยรอบไว้ด้วย
ภายนอกไม่มีผู้ใด ลั่วชิงยวนจึงออกไปนอกประตูอย่างระมัดระวังแล้วออกจากป่าไผ่
มายังใจกลางป่าใหญ่
ยามนี้อากาศกำลังจะเข้าสู่เหมันตฤดู อากาศจึงเริ่มหนาวเย็นขึ้นทุกวัน ลมหนาวบนเขายิ่งทำให้ผู้คนหนาวสั่น
นางผิวปาก
ในมิช้าอาเสินก็บินมา
เกาะบนแขนของนาง
“เอาล่ะ นำสิ่งนี้ไปส่ง” นางพับแผนที่ส่งให้อาเสิน
ลั่วชิงยวนลุกขึ้นเดินไปทางด้านหลังอย่างระมัดระวัง
แล้วเห็นว่าร่างที่กำลังวิ่งมาในป่าดูคุ้นเคยยิ่งนัก
นางย่อตัวลง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ลั่วชิงยวนก็ใจระทึก
“ฟู่เฉินหวน!”
อีกฝ่ายก็เห็นนางเช่นกัน เขารีบวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น “ชิงยวน!”
ลั่วชิงยวนวิ่งไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของฟู่เฉินหวน
ฟู่เฉินหวนอุ้มนางขึ้นอย่างง่ายดาย
เขากอดนางแน่น “ชิงยวน โชคดีที่เจ้ามิเป็นอะไร”
ลั่วชิงยวนตื่นเต้นดีใจ “ท่านมาได้อย่างไรเพคะ? ท่านมิได้ไปเมืองฉินแล้วหรือ?”
ฟู่เฉินหวนวางนางลง แล้วกล่าวว่า “เดิมทีข้าอยู่ระหว่างทาง แต่ได้รับรายงานลับว่ามีชาวแคว้นหลีปรากฏตัวในซีหลิง เกรงว่าเจ้าจะเป็นอันตราย จึงให้ฟู่อวิ๋นโจวไปเมืองฉินแทน”
กล่าวจบฟู่เฉินหวนก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง “ไปหลบกันก่อนเถิด”
ฟู่เฉินหวนจับมือนางวิ่งเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
วิ่งตั้งแต่ยามค่ำคืนอันมืดมิดจนถึงรุ่งอรุณราวกับข้ามผ่านวันคืนอันแสนยาวนาน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...