ลั่วชิงยวนเผยรอยยิ้ม “นอนมากเกินไป ร่างกายไร้เรี่ยวแรงไปหมดแล้ว”
“ท่านพ่อของเจ้าเล่า? กลับเมืองหลวงพร้อมเจ้าหรือไม่?”
ซ่งเชียนฉู่ส่ายหน้า “แม้สำนักหุบเขาซีหลิงจี้เยวี่ยจะถูกเผาทำลาย แต่ตระกูลของข้าอาศัยอยู่ที่นั่นมาหลายชั่วอายุคน ท่านพ่อตั้งใจจะอยู่ที่นั่นเพื่อสร้างสำนักหุบเขาซีหลิงจี้เยวี่ยขึ้นใหม่”
ได้ยินดังนั้นลั่วชิงยวนก็ตกใจเล็กน้อย “แล้วสมุนไพร...”
ซ่งเชียนฉู่คลี่ยิ้ม “สมุนไพรมีไว้สำหรับใช้รักษาผู้คน เมื่อนำมารักษาโรคช่วยชีวิตผู้คนจึงจะเรียกว่าเป็นยา”
“ครั้งนี้แม้จะสูญเสียสมบัติที่สะสมมานับร้อยปี แต่ผ่านไปอีกร้อยปีก็สะสมขึ้นมาใหม่ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็พยักหน้า “กองคาราวานของสมาคมการค้าเฟิงตูสามารถไปถึงซีหลิงได้ ข้าจะช่วยพวกเจ้าสร้างสำนักขึ้นใหม่”
“แต่เหตุใดเจ้าจึงมิอยู่ช่วยท่านพ่อของเจ้าที่ซีหลิงเล่า?”
ซ่งเชียนฉู่มองนางด้วยความเป็นห่วง “ครั้งนี้เป็นเพราะเรื่องของตระกูลข้า ทำให้ท่านต้องบาดเจ็บเช่นนี้ ข้าต้องรอดูมือของท่านให้หายดีก่อนจึงจะจากไปได้”
“ยิ่งกว่านั้น... ข้ายังรู้สึกว่าเขาเหมือนจะมิค่อยสบายด้วย...”
ซ่งเชียนฉู่ขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ฉู่จิ้งหรือ?” ลั่วชิงยวนตกใจ
ซ่งเชียนฉู่พยักหน้า “ตอนอยู่บนเขา เขาก็มิค่อยสบายอยู่แล้ว พอลงจากเขามา ข้าก็มิเห็นเขาอีกเลย อากาศยิ่งหนาวเย็นขึ้น ช่วงนี้ข้ารู้สึกว่าอาการของเขายิ่งแย่ลง”
“ข้าตั้งใจว่าหลังจากกลับเมืองหลวงแล้วจะไปเยี่ยมเขา”
“รอจนกว่าบาดแผลของท่านจะหายดี เฉินเซี่ยวหานจะกลับไปซีหลิงกับข้า แล้วไปสร้างสำนักใหม่ด้วยกัน”
“ชิงยวน ถึงตอนนั้นพวกเราอาจจะมิได้พบกันอีกนาน”
ซ่งเชียนฉู่จับมือนางอย่างอาลัยอาวรณ์
ลั่วชิงยวนยิ้ม “มิเป็นอะไรหรอก ถึงตอนนั้นข้าจะไปหาเจ้าที่ซีหลิงเอง”
ซ่งเชียนฉู่พยักหน้า
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ก็มีเสียงควบม้าดังมาจากข้างนอก แล้วมาหยุดที่ข้างรถม้า
พร้อมกับเสียงตะโกนของหล่างมู่ “พี่หญิง!”
ลั่วชิงยวนเปิดหน้าต่าง กลิ่นหอมของดอกเหมยพลันโชยเข้ามา
หล่างมู่ยื่นมือส่งช่อดอกเหมยให้
แต่ระหว่างทางสิบวันนี้มิเจอหิมะตกเลย
ในวันที่กลับถึงเมืองหลวง ก็มีข่าวดีมาจากเมืองฉิน ฟู่อวิ๋นโจวปราบกบฏ ทหารฝ่ายศัตรูแตกพ่าย เขาตัดหัวของหัวหน้ากบฏมาประจาน เมืองฉินได้รับชัยชนะ!
ข่าวนี้แพร่กลับมายังเมืองหลวง ทำให้ทุกคนเบาใจ
เมืองฉินเป็นสมรภูมิหลัก เมื่อได้รับชัยชนะจากสงครามในเมืองฉินก็หมายความว่าสงครามครั้งนี้ใกล้จะจบลงแล้ว
เมื่อลั่วชิงยวนทราบข่าวนี้ก็ทั้งดีใจและกังวลในเวลาเดียวกัน
“ฟู่อวิ๋นโจวสร้างผลงานครั้งนี้ อำนาจในราชสำนักก็จะยิ่งสูงขึ้น”
ฟู่เฉินหวนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป “กลัวว่าเขาจะเป็นภัยคุกคามต่อข้าหรือ?”
ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ผู้ที่จะถูกฟู่อวิ๋นโจวคุกคามอาจจะมิใช่ท่านเพคะ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ ซูโหยวก็พาคนวิ่งมารับด้วยความร้อนใจ
แต่กลับไม่มีสีหน้ายินดีเลย
รีบกล่าวอย่างร้อนรน “ท่านอ๋อง พระชายา ในที่สุดพวกท่านก็กลับมาแล้ว ฝ่าบาท... ใกล้จะสวรรคตแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...