แม้ว่าจะกินยาลงไปแล้วแต่อาการของลั่วชิงยวนก็มิได้ทุเลาลง ร่างของนางยังคงสั่นเทามิหยุด พร้อมกับไอเป็นระยะ
“แค่ก แค่ก แค่ก...”
เฉินชีขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียด “เหตุใดร่างกายของเจ้าจึงอ่อนแอเช่นนี้”
“ต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ”
ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ยา... แค่กแค่กแค่กแค่ก...”
เฉินชีเอื้อมมือแตะหน้าผากของนาง แม้กินยาลงไปแล้วแต่ร่างกายก็ยังคงร้อนผ่าวและอ่อนแรงเช่นนี้ ดูท่าว่าสมุนไพรธรรมดาที่เก็บมาจากภูเขาคงมิอาจช่วยได้
“เฉินชี... เฉินชี...” นางร้องเรียกชื่อเขาราวกับขอความช่วยเหลือ สติเริ่มเลือนราง
เสียงเรียกชื่อนี้ทำให้ใจของเฉินชีอ่อนยวบลงในทันใด
เขาก้าวออกจากห้องแล้วปิดประตู
เขาออกไปเก็บสมุนไพรบนภูเขาอีกครั้ง
ค้นหาอยู่นานกว่าจะพบสมุนไพรบางชนิด จึงนำกลับมาต้มเป็นยาต่อไป
กว่าจะรู้ตัวราตรีก็มาเยือนอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะ ยังคงไอมิหยุด
เมื่อเฉินชีต้มยาเสร็จก็ป้อนให้นางกิน
เขาเฝ้าอยู่ในห้องและก่อไฟให้แรงขึ้น
เฉินชีร้อนจนเหงื่อไหล แต่ลั่วชิงยวนบนเตียงกลับยังคงหนาวจนพูดเสียงสั่น
ในยามสะลึมสะลือ ลั่วชิงยวนก็ร้องเรียกอีกครั้ง “เฉินชี... ข้าหนาวมาก ขอยา...”
เฉินชีขมวดคิ้วแน่น มองท่าทางทรมานของนาง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจออกจากห้อง
รีบลงจากเขาไปซื้อยาท่ามกลางความมืด
นางรออยู่นานก็มิได้ยินเสียงเฉินชีกลับมา
ลั่วชิงยวนจึงลุกขึ้นนั่ง เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
ศีรษะของนางหนักอึ้ง แต่ก็ฝืนลุกขึ้นใช้ผ้าห่มคลุมร่างกาย แล้ววิ่งออกไปนอกห้อง
เนื่องจากไม่มีรองเท้า นางจึงต้องวิ่งเท้าเปล่าบนหิมะ ทำให้รู้สึกราวกับเหยียบอยู่บนคมมีด เจ็บปวดจนแทบขาดใจ
นางวิ่งไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เพื่อลงจากภูเขา
แต่นางมิกล้ากลับไปยังเมืองหลวงโดยตรงและไม่มีเรี่ยวแรงที่จะกลับไปด้วย
นางจึงหยุดพักที่เมืองเล็ก ๆ ใกล้เชิงเขา มีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งยังคงเปิดอยู่ เถ้าแก่เห็นนางน่าสงสารจึงให้ที่พักพิง
อนุญาตให้นางพักค้างคืนและมอบอาภรณ์หนา ๆ ให้นาง
“ขอบคุณ พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาชำระเงิน” ลั่วชิงยวนรับอาภรณ์มาแล้วเข้าไปในห้อง
ครู่หนึ่งก็เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นนอกห้อง
เฉินชี!
นางกลั้นหายใจด้วยความตื่นตระหนก จ้องมองเงาร่างนั้นมิวางตา
สักพักเขาจึงลงไปข้างล่าง แล้วจากไป
ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ ลั่วชิงยวนมิกล้าส่งเสียง มิกล้าหลับตาด้วยซ้ำ
เพียงแค่หลบซ่อนอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งฟ้าสาง
นางจึงออกจากโรงเตี๊ยม แล้วจ้างรถม้ารีบกลับเมืองหลวง
ในที่สุดก็ใกล้ถึงเมืองหลวง แต่เงาร่างในชุดดำที่ยืนพิงอยู่ข้างประตูเมืองกลับทำให้หัวใจของลั่วชิงยวนกระตุกวูบ
เฉินชี!
รถม้าเข้ามาในครรลองสายตาของเฉินชีแล้ว มิอาจหยุดยั้งได้ มิเช่นนั้นเฉินชีจะตรงเข้ามาจับนาง
รถม้าใกล้ประตูเมืองเข้าไปทุกที ใกล้เฉินชีเข้าไปเรื่อย ๆ
หัวใจของลั่วชิงยวนเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
ขณะเดียวกัน เฉินชีก็กำลังจ้องมองรถม้าคันนี้เช่นกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...