“จะไม่มีฟู่จิ่งหานอีกต่อไปแล้วขอรับ”
“คุณชายลองคิดดูเถิดขอรับว่าจะใช้นามว่าอะไรดี”
ฟู่จิ่งหานตกตะลึงเมื่อได้ฟังดังนั้น เขารีบลงจากรถม้า กระโดดลงพื้นไปยืนชื่นชมทิวทัศน์หิมะอันกว้างใหญ่แล้วสูดอากาศที่หนาวเย็นแต่สดชื่น
เขาหลับตาลง รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ดีจริง ๆ ในที่สุดก็หลุดพ้นจากกรงขังนั้นได้แล้ว”
“ข้า... ไม่สิ ข้าต้องคิดแล้วว่าจะใช้นามว่าอะไรดี”
พูดจบ สีหน้าของฟู่จิ่งหานก็พลันเปลี่ยนไปขณะถามว่า “เสินหลี เจ้านำเงินติดตัวออกมาด้วยหรือไม่?”
เขารีบค้นตัวเสินหลี
กลับพบเพียงถุงเงินใบเล็ก
เทออกมาดูแล้ว ปรากฏว่ามีเงินมิกี่ตำลึง
“เสินหลี เจ้ามินำเงินออกมาด้วย จะปล่อยให้ข้าอดตายหรือ?”
เสินหลียิ้มกว้าง “คุณชายวางใจเถิดขอรับ เสินหลีจะมิปล่อยให้คุณชายต้องหิวโหยแน่ขอรับ”
ฟู่จิ่งหานมองเขาด้วยสายตาสงสัย “จริงหรือ? แต่ข้า... แต่ข้าทำอะไรมิเป็นเลย”
เขาเคยชินกับการมีคนปรนนิบัติ จู่ ๆ จากจักรพรรดิกลายเป็นสามัญชน การไม่มีเงินติดตัวเลยทำให้เขารู้สึกมิสบายใจ
“ข้าน้อยทำเป็นขอรับ ข้าน้อยทำได้ทุกอย่าง จะดูแลคุณชายให้ดีที่สุด!”
ฟู่จิ่งหานจึงมิคิดมาก อย่างไรเสียก็ออกจากวังมาแล้ว
เขานั่งบนรถม้า เอนกายอย่างสบายอารมณ์
“ตกลงตามนั้นนะ เสินหลี ชีวิตที่เหลือของข้าฝากไว้กับเจ้าแล้ว”
เสินหลีขึ้นไปบนรถม้า แล้วถามว่า “คุณชาย จะออกเดินทางเลยหรือไม่ขอรับ?”
“ออกเดินทางเถิด”
เสินหลีขับรถม้าออกไปอย่างช้าๆ “คุณชาย ท่านยังมิได้คิดนามของท่านเลยขอรับ”
ฟู่จิ่งหานหลับตาพิงรถม้า เพลิดเพลินกับแสงแดดอันอบอุ่นพลางกล่าวช้า ๆ “ต่อไปต้องออกท่องเที่ยวไปทั่วหล้า แม้จะต่างจากชีวิตที่ข้าคาดหวังไว้แต่ก็พอใจแล้ว”
“ใช้ชื่อเสินล่างก็แล้วกัน”
เสินหลีตกใจ “มิได้ขอรับคุณชาย ท่านมีฐานะสูงส่ง มิควรใช้นามสกุลของบ่าว”
“จะเป็นอะไรไป ตอนนี้ข้าเป็นเพียงแค่สามัญชนแล้ว ต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่าพี่ใหญ่”
จากนั้นทหารองครักษ์ก็ถอยออกไปจากลานเรือน
ฟู่เฉินหวนมองลั่วฉิงด้วยสายตาเย็นชา “เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีก!”
ลั่วฉิงหัวเราะ “หม่อมฉันยังมีความปรารถนาอีกหนึ่งอย่าง คือการได้เป็นมหาปราชญ์”
ฟู่เฉินหวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ให้ฟู่อวิ๋นโจวออกพระราชโองการก็ได้ ข้าจะมิขัดขวาง”
ตอนนี้ลั่วฉิงกับเหยียนหน่ายซินล้วนเป็นพวกเดียวกับฟู่อวิ๋นโจว หากลั่วฉิงอยากเป็นมหาปราชญ์ ฟู่อวิ๋นโจวก็สามารถออกพระราชโองการแต่งตั้งได้ทันที
แต่ลั่วฉิงกลับยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “แต่ตอนนี้ตำแหน่งมหาปราชญ์เป็นของลั่วชิงยวน”
“และหม่อมฉันต้องการของสิ่งหนึ่งจึงจะสามารถเป็นมหาปราชญ์ได้อย่างถูกต้อง”
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อย
รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง
“เจ้าต้องการสิ่งใด?”
ลั่วฉิงจ้องมองเขา แล้วกล่าวช้า ๆ ทีละคำ “เข็มทิศ”
“เข็มทิศในมือของลั่วชิงยวน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...