หากนางคาดเดามิผิด นั่นคือสมบัติล้ำค่าของแคว้นหลี
ก่อนหน้านี้เคยบังคับให้ลั่วชิงยวนมอบให้แล้วแต่ก็ล้มเหลว
บัดนี้ฟู่อวิ๋นโจวได้ขึ้นครองราชย์ ฟู่เฉินหวนก็ถูกนางควบคุม นางจะต้องให้ลั่วชิงยวนมอบเข็มทิศนั้นให้นางให้ได้!
สีหน้าของฟู่เฉินหวนเปลี่ยนไป
ลั่วฉิงกล่าวต่อ “เมื่อครู่ข้าอยู่ในห้องตำรา พบของบางอย่างที่ถูกไฟไหม้”
“มีหีบใบหนึ่งอยู่ แม่กุญแจบนหีบนั้นเป็นแม่กุญแจสุริยันจันทราของแคว้นหลี”
“คิดว่าคงเป็นของใช้ของหมู่เฟยของท่านอ๋องกระมัง”
“หม่อมฉันช่วยท่านเปิดได้”
“แลกเปลี่ยนกันดีหรือไม่?”
......
ล่วงเข้ายามดึก เตาไฟในห้องตำราถูกจุดขึ้น ภายในห้องอบอุ่น
ฟู่เฉินหวนหยิบของในหีบออกมาดูทีละชิ้น แววตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นตกตะลึง ตามมาด้วยความโกรธที่เพิ่มมากขึ้น
เขากำมือแน่น เส้นเลือดที่หลังมือปูดโปนขึ้นมา
สีหน้าสงบนิ่ง แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความเดือดดาล
......
ในที่สุดก็มีวันฟ้าใสอีกครั้ง จักรพรรดิสูงสุดมิยอมให้พวกหลี่ว์โม่ทั้งสามคนออกไป ลั่วชิงยวนจึงคิดจะออกจากวังทุกวัน
บังเอิญว่าวันนี้เป็นวันที่มีแสงแดดอบอุ่นในเหมันตฤดู ลั่วชิงยวนจึงอ้างว่าจะออกไปอาบแดดและเดินเล่นไปทั่วในวัง ทำให้สามารถสลัดพวกหลี่ว์โม่ออกไปได้
เมื่อออกจากวังก็มีรถม้าของตำหนักอ๋องมาจอดรออยู่ที่ประตูวัง
“พระชายา” คนบนรถม้ารีบลงมามอบจดหมายให้นาง
ลั่วชิงยวนเปิดจดหมายออกอ่าน ปรากฏว่าฟู่เฉินหวนนัดพบกับนางที่ภัตตาคารหมื่นสุขในคืนนี้
นางรู้สึกดีใจ ในที่สุดเขาก็ยอมพบหน้านางแล้ว
ดูท่าว่าคงจะหาโอกาสอธิบายให้นางเข้าใจ!
ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นเต้น ยกมือลูบท้องน้อย ๆ ของตน หลายวันมานี้นางได้พักฟื้นในวัง ร่างกายดีขึ้นมากแล้ว ตอนนี้สุขภาพครรภ์ก็ยังคงแข็งแรง
มิเช่นนั้นก็ถือโอกาสในคืนนี้บอกข่าวดีนี้กับเขาเลยดีกว่า
เพื่อป้องกันความหนาวเย็นจากหิมะตกในตอนกลางคืน ลั่วชิงยวนจึงเปลี่ยนไปสวมเสื้อคลุมที่หนาขึ้น
รอจนถึงพลบค่ำ จึงออกเดินทางไปยังภัตตาคารหมื่นสุข
นางพยายามระงับความตื่นเต้นในใจ ถามด้วยน้ำเสียงเรียบ “ท่านเรียกหม่อมฉันมาเพียงเพื่อถามถึงองค์จักรพรรดิสูงสุดหรือเพคะ?”
“ท่านไม่มีสิ่งใดอยากจะบอกหม่อมฉันหรือเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนชะงักเล็กน้อยและมีสีหน้าแปลกไป
ลั่วชิงยวนรีบกล่าว “ท่านมีเหตุผลมิใช่หรือ? หม่อมฉันเข้าใจ แต่ท่านอย่าได้ทิ้งหม่อมฉันไปเลยนะเพคะ หม่อมฉันจะมิเป็นภาระของท่าน”
ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยสายตาจริงจัง
“ผ่านความยากลำบากมาด้วยกันตั้งมากมาย เหตุใดในวาระสุดท้ายท่านจึงผลักไสหม่อมฉันออกไปหรือเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนมิรู้จะอธิบายเช่นไร แววตาคมกล้าของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกที่สับสน ในที่สุดก็ยกจอกสุราขึ้น
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
แม้จะเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ แต่ลั่วชิงยวนก็รู้สึกดีใจอย่างมาก
จึงยกจอกสุราขึ้น
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนั้นเพคะ”
“แม้ตอนนี้หม่อมฉันจะมิควรดื่มสุรา แต่หม่อมฉันจะดื่มจอกนี้ให้หมดเพคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...