สติเลือนรางลงทุกขณะ ในที่สุดก็ต้านฤทธิ์ยามิไหวจึงสลบไป
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ลั่วชิงยวนก็รู้สึกได้ถึงการเข้ามาใกล้ของใครบางคน
พยายามลืมตาขึ้น แต่ก็ยังคงอ่อนแรงจนขยับร่างกายมิได้
มีเงาร่างหนึ่งทรุดกายลงตรงหน้า
ในวินาทีต่อมา มือเย็นเฉียบก็คว้าปลายคางของนาง บังคับให้นางเงยหน้าขึ้น
ลั่วชิงยวนจึงเห็นใบหน้าที่ขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้า
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลังโดยมิรู้ตัว
เฉินชี!
“เหตุใดจึงเป็นเจ้าอีก! เจ้ากล้ามาที่เมืองหลวงเลยหรือ!” ลั่วชิงยวนพูดอย่างอ่อนแรง
เฉินชีดึงนางขึ้นจากพื้น แล้วบีบปลายคางของนาง “ฟู่เฉินหวนมิต้องการเจ้าแล้ว”
“ไปกับข้าเถอะ”
ลั่วชิงยวนสะบัดมือเขาออกอย่างแรง “เจ้าฝันไปเถิด!”
“อาเหลา เหตุใดเจ้าจึงยังดื้อรั้นเช่นเดิม นิสัยเช่นนี้ทำให้เจ้าต้องพบเจอความยากลำบากอีกมาก” เฉินชียกยิ้มขณะจ้องมองใบหน้าของนาง
ใบหน้าซีดเซียว อ่อนแรงราวกับจะแตกสลายได้เพียงแค่สัมผัส เขาชื่นชอบยิ่งนัก
ทันใดนั้นลั่วชิงยวนที่มีแววตาเย็นชากัดมือที่บาดเจ็บของเขาอย่างแรง
กัดจนเลือดไหลทะลักเข้ามาในปาก
เฉินชีร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ลั่วชิงยวนฉวยโอกาสวิ่งไปที่ประตูหมายจะหลบหนี
เฉินชีกางฝ่ามือ มองดูเลือดที่ไหลลงมาตามปลายนิ้ว แต่กลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขาเดินออกจากห้องไปอย่างมิรีบร้อน
ลั่วชิงยวนรู้สึกวิงเวียน ร่างกายอ่อนแรงไปหมด นางวิ่งโซเซลงไปชั้นล่างและล้มลงกับพื้นหลายครั้ง
นางตะโกนอย่างอ่อนแรงและร้อนใจ “มีผู้ใดอยู่บ้าง มีผู้ใดอยู่บ้าง...”
เสียงฝีเท้าด้านหลังดังเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าและหนักแน่น
ราวกับมีปีศาจร้ายไล่ตามมา
ในที่สุดนางก็วิ่งออกจากประตูไปได้ แต่ในยามดึกสงัดเช่นนี้ ลมหนาวพัดแรง ไม่มีผู้ใดอยู่บนถนนเลย
นางวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายกลับอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง
เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกของเฉินชีทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
แล้วมองเขาด้วยความมิอยากจะเชื่อ “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด!”
เฉินชีหัวเราะอย่างมีเลศนัย “อีกมินาน เจ้าก็จะรู้เอง”
แววตาและรอยยิ้มนั้นทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกมิสบายใจอย่างมาก
ในวินาทีต่อมา เฉินชีก็คว้าปลายคางของนาง บังคับให้นางกลืนยาเม็ดหนึ่งลงไป
ลั่วชิงยวนไม่มีแรงต่อต้าน
เมื่อกลืนลงไปแล้ว นางก็รู้สึกว่าตัวเองมิสามารถส่งเสียงได้
“นี่เป็นของดีที่จะทำให้เจ้าเป็นใบ้ชั่วคราว ต่อไปก็ดูละครเงียบ ๆ ไปแล้วกัน”
รอยยิ้มอันน่ากลัวปรากฏบนริมฝีปากของเฉินชี
ลั่วชิงยวนรู้สึกมิสบายใจมาก
จากนั้นเฉินชีก็โอบไหล่นางเดินไปตามถนนช้า ๆ
ลั่วชิงยวนมิรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
นางดิ้นมิหลุดและมิสามารถส่งเสียงได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...