เดิมทีนางตั้งใจจะบอกข่าวดีนี้แก่เขาในยามที่เขากับนางคืนดีกันแล้ว
ทว่าสิ่งที่รอคอยกลับเป็นการหลอกลวง เขาชิงเอาเข็มทิศอาณัติสวรรค์ของนางไป
บัดนี้เขาใจแข็งเช่นนี้ ลั่วชิงยวนจึงจำต้องบอกเรื่องนี้แก่เขา
ในใจนางยังคงมีความหวัง หวังว่าเพื่อลูกในครรภ์ ฟู่เฉินหวนอาจจะใจอ่อนลงบ้าง
ทว่าประตูบานนั้นยังคงปิดสนิท
นอกจากเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านก็ไม่มีเสียงตอบรับใด
สายลมหนาวราวกับจะพัดพาความอบอุ่นสุดท้ายในใจนางให้หายไป
น้ำตาใสไหลรินอาบแก้มซีดเผือด
ลั่วชิงยวนหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบงัน
เหล่าบ่าวไพร่ในตำหนักเห็นนางแล้วอยากจะทักทาย แต่ก็ลังเล มิกล้าเอ่ยปาก
บัดนี้ลั่วชิงยวนราวกับคนไร้วิญญาณ เดินออกจากตำหนักไปอย่างไร้จุดหมาย
นางเดินไปเรื่อย ๆ รู้สึกราวกับว่าสายลมหนาวจะพัดพาร่างนางให้แหลกสลายไป ความหนาวเหน็บกัดกร่อนกระดูก
......
ภายในห้องตำรา ฟู่เฉินหวนทรุดลงนอนสลบแน่นิ่งกองอยู่ที่มุมห้อง พื้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
จนกระทั่งซูโหยวกลับมาพบเข้า จึงรีบให้คนไปตามหมอหลวงมู่มาโดยด่วน
หมอหลวงมู่ตรวจอาการแล้วก็ตกใจยิ่งนัก รีบปรุงยาให้ทันที
และยังนำโสมมังกรที่ตกทอดกันมาในตระกูลออกมาตัดแบ่งส่วนเล็ก ๆ เพื่อใช้ปรุงยาด้วย
“หมอหลวงมู่ อาการของท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง? จะทนได้อีกนานเท่าใด?” ซูโหยวถามด้วยความกังวล
หมอหลวงมู่ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ตอนนี้ท่านอ๋องควรพักผ่อน อย่าให้มีอารมณ์แปรปรวน เป็นการดีที่สุดที่จะมิต้องรับรู้อะไรทั้งสิ้น”
“เช่นนี้อาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี”
ซูโหยวทำหน้าลำบากใจ “จะเป็นไปได้อย่างไร ท่านอ๋องต้องช่วยว่าราชการ ต้องกังวลเรื่องกบฏที่เมืองฉิน แล้วยังมีเรื่องยุ่งยากอีกมากมาย”
หมอหลวงมู่ถอนหายใจ “ข้ารู้”
“เพราะเหตุนี้ข้าจึงนำโสมมังกรออกมาใช้”
“โสมนี้ใช้เพียงเล็กน้อยก็พอ เพราะสรรพคุณทางยาแรงยิ่งนัก”
“โสมนี้ใช้ได้นานเท่าใด ท่านก็จะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่านั้นจึงต้องใช้อย่างประหยัด!”
หมอหลวงมู่เก็บโสมที่เหลือใส่กล่องแล้วส่งให้ซูโหยวอย่างระมัดระวัง
นางมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม แม้ห่มผ้าหนาหลายชั้น แต่ก็ยังคงรู้สึกหนาวเหน็บ
จือเฉารีบเติมฟืนในเตาให้ไฟลุกแรงขึ้น “พระชายา ยังหนาวอยู่หรือเจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม “มิเป็นอะไรแล้ว เจ้าออกไปก่อนเถิด”
หนาว...
หนาวไปทั้งตัว แม้เตาไฟจะทำให้ห้องอุ่นขึ้น แต่ลั่วชิงยวนก็ยังคงรู้สึกหนาวสะท้าน
ความหนาวเหน็บนั้นราวกับตามติดโอบล้อมนางไว้
จนทำให้นางหายใจมิออก
เมื่อจือเฉาเดินออกจากห้องก็พบจักรพรรดิสูงสุดเดินเข้ามา จึงรีบคุกเข่าคำนับ
จักรพรรดิสูงสุดทำท่าทางให้เงียบแล้วยื่นหน้ามองเข้าไปในห้อง “นางกลับมาแล้วหรือ?”
จือเฉาพยักหน้า “ดูอิดโรยยิ่งกว่าเดิมเพคะ”
“มิค่อยพูด ดวงตายังแดงก่ำ ดูเหมือนเพิ่งจะร้องไห้มา”
จักรพรรดิสูงสุดมีสีหน้ากังวล “ไปตามหมอหลวงมาดูอาการนางเถิด”
“เพคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...