เมื่อเฉินชีได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงัก
แล้วยกยิ้มมุมปาก เดินมาที่หน้าต่าง พิงกำแพงพลางกอดอก “เจ้าจะให้ข้าช่วยเจ้าในฐานะที่เจ้าเป็นใคร?”
ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “นักบวชระดับสูง”
ดวงตาของเฉินชีลุกโชนด้วยประกายร้อนแรง “อาเหลา ในที่สุดเจ้าก็ตัดสินใจจะไปกับข้าแล้วหรือ?”
ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและเย่อหยิ่ง “กลับแคว้นหลีก็ได้ ข้าบอกแล้วว่าให้เจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่ง”
“แคว้นหลีจะมีนักบวชระดับสูงได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น”
เฉินชียกยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างนอบน้อม “อย่าว่าแต่เรื่องเดียวเลย สิบเรื่อง ร้อยเรื่อง เฉินชีก็ยินดีทำเพื่อนักบวชระดับสูงทั้งสิ้น!”
ลั่วชิงยวนหรี่ตามองเขาด้วยแววตาที่ลึกล้ำ
ถึงแม้เฉินชีจะบ้าแต่ก็มิใช้คนโง่เขลา เขาทำอะไรตามอำเภอใจแต่ก็คงมิยอมสยบต่อนางง่าย ๆ เช่นนี้
การเปลี่ยนท่าทีเช่นนี้ทำให้นางมิค่อยเชื่อถือ
“เจ้าฟังเรื่องที่ข้าจะให้เจ้าทำก่อนค่อยตอบรับก็ยังมิสาย”
เฉินชีลุกขึ้นมองนางด้วยแววตาเป็นประกาย “ท่านนักบวชต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?”
“ข้าต้องการให้เจ้ายกทัพไปตีซีหลิง”
“แต่ห้ามสู้รบกันจริง ๆ ห้ามทำร้ายราษฎร”
เฉินชีมองนางด้วยความสงสัย “เจ้าต้องการจัดการกับลั่วฉิงหรือ?”
เฉินชีช่างเดาได้อย่างรวดเร็ว
“มิทำหรือ?” ลั่วชิงยวนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เฉินชียิ้มแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงโอหัง “ก็แค่ลั่วฉิง หากเทียบกับอาเหลาของข้าแล้ว นางช่างไร้ค่ายิ่ง”
“ข้าจะช่วยเจ้า ภายในเจ็ดวัน กองทัพแคว้นหลีจะไปถึงชายแดนซีหลิง!”
เฉินชียิ้มอย่างผู้มีชัย “อาเหลา รอข้าอีกเจ็ดวัน แล้วข้าจะมารับเจ้า!”
กล่าวจบ เฉินชีก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนก้มลงมองกล่องยาในมือ แล้วค่อย ๆ เปิดออก ข้างในมีโอสถจตุรธาตุเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง
เดิมทีนางคิดว่าหากเฉินชีมิเชื่อฟังนาง นางจะกินยานี้
แต่มินึกว่าเฉินชีจะตกลงอย่างง่ายดาย
เจ็ดวันต่อมา กองทัพแคว้นหลีก็บุกประชิดชายแดน
อีกสองวันต่อมา ข่าวนี้แพร่สะพัดไปถึงเมืองหลวง
ซึ่งข่าวนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วราชสำนัก
“มิใช่ว่าบ้านเมืองสงบสุข ไร้ภัยพิบัติแล้วหรือ? เหตุใดแคว้นหลีจึงจู่โจมชายแดนของเรา?”
“ใช่ ช่างกะทันหันเกินไปแล้ว”
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น!”
“ฝ่าบาท ชาวแคว้นหลีเชี่ยวชาญอาคมคาถา กองทัพบุกมาถึง เราต้องส่งกองทัพไปเพิ่ม มิเช่นนั้นด้วยกำลังทหารของซีหลิงคงจะสู้มิได้เป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ”
“มหาปราชญ์ทำนายมิได้หรือ? ครั้งจลาจลที่เมืองฉินก็เป็นพระชายาที่ทำนายว่าจะมีสงคราม เราจึงปราบกบฏได้อย่างราบรื่น!”
“ครั้งนี้ก็น่าจะทำนายล่วงหน้าได้เพื่อให้กองทัพของเราเตรียมพร้อม”
เหล่าขุนนางในท้องพระโรงต่างก็พูดคุยกัน
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่มหาปราชญ์ลั่วฉิง
ลั่วฉิงขมวดคิ้วแน่น มิเข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...