ลั่วชิงยวนตกใจเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไปนอกช่อง พยายามดึงถุงเข้ามาแล้วหยิบขวดยาออกมาทีละขวด
หลังจากตรวจสอบดูว่ามียาอะไรบ้าง ลั่วชิงยวนก็กินยาเม็ดหนึ่ง
นางกำลังจะถามฉู่จิ้งว่าหายาพวกนี้มาจากที่ใด แต่เมื่อมองไปที่มุมห้องก็กลายเป็นว่าฉู่จิ้งขดตัวหลับไปเสียแล้ว
ลั่วชิงยวนลากผ้าห่มมาห่มให้เขา
เมื่อเข้าเหมันตฤดู พลังของฉู่จิ้งจะอ่อนแอลง ทำให้เขาง่วงนอนและต้องจำศีล ปกติแล้วจะมิค่อยตื่นขึ้นมา
การออกไปหายาคงจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี
ยาที่นำมาเพียงพอสำหรับพวกเขาใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ได้แต่หวังว่าเหมันตฤดูจะผ่านพ้นไปโดยเร็ว
ในห้องลับที่มืดมิด ลั่วชิงยวนได้แต่นอนและกินเท่านั้น มองมิเห็นแสงตะวัน มีเพียงความมืดมิดมิรู้จบ
ห้วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานช่างยาวนานเหลือเกิน
เสบียงแห้งแข็งราวกับหิน ทั้งแห้งและแข็งจนกลืนลำบาก กลืนลงไปแล้วก็เหมือนกินใบมีด เจ็บคอมาก
บาดแผลทั่วร่างก็มิสามารถล้างทำความสะอาดได้ ได้แต่ใช้ผ้าสะอาดเช็ดรอบแผล ทายาและพันแผลใหม่ทุกวัน
ถึงแม้ว่าบาดแผลส่วนใหญ่จะมิแย่ลง แต่ก็มิได้ดีขึ้นเลย
ในห้องลับนั้นหนาวเหน็บ หนาวจนต้องห่มผ้าห่มสองผืนแต่ก็ยังคงรู้สึกหนาว
ผิวแห้งแตกไปหมด บางครั้งก็มีอาการคันและเจ็บแผล
การใช้ชีวิตในความมืดมิดเช่นนี้ทรมานลั่วชิงยวนจนแทบบ้า
ทุกวันนางจะไปดูที่หน้าต่าง เผื่อว่าจะมีคนมา ถึงแม้จะเปิดหน้าต่างได้เพียงชั่วครู่ก็ยังดี
นางจะได้สูดอากาศและมองเห็นแสงสว่างภายนอกบ้าง
แต่ก็ไม่มีเลย
ที่แห่งนี้ราวกับถูกผู้คนลืมเลือน ไม่มีใครจำได้ว่ายังมีคนถูกขังอยู่ที่นี่
ไม่สิ มิใช่คนแล้ว ถูกทรมานจนมิเหลือเค้าโครงมนุษย์แล้ว
นางมักจะคิดว่าตอนนี้ฟู่เฉินหวนกำลังทำอะไรอยู่ จะมีสักเสี้ยววินาทีที่นึกถึงนางหรือไม่ และคิดว่าตอนนี้จักรพรรดิสูงสุดเป็นอย่างไรบ้าง ยังมิรู้สถานการณ์ของนางอีกหรือ
แต่มิว่าจะคิดมากแค่ไหน เมื่อตื่นขึ้นมา ทุกอย่างก็ยังคงเป็นเพียงภาพลวงตา
ฉู่จิ้งหลับตลอดเวลา บางครั้งก็ตื่นขึ้นมากินยาแล้วก็นอนต่อ การหลับใหลของเขาจะค่อย ๆ ฟื้นฟูบาดแผล
เรื่องนี้ทำให้นางร้อนใจมากขึ้น ตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องจับลั่วชิงยวนให้ได้!
ด้วยความร้อนใจ กลับทำให้นางคิดวิธีหนึ่งได้
นางหยิบเข็มทิศอาณัติสวรรค์ออกมา ดวงตาพลันเป็นประกาย
......
วันหนึ่ง ในที่สุดจือเฉาก็หาโอกาสหนีออกจากตำหนักอ๋องได้
นางอยากไปดูสุสานของพระชายาและไปจุดธูปไหว้
แต่นางถูกขังอยู่ในตำหนักอ๋องตลอด ครั้งนี้นางตั้งใจว่าหลังจากหนีออกไปแล้วจะมิกลับมาอีก
แต่ครั้งนี้เมื่อหนีไปถึงประตูหลังของตำหนักก็ถูกพบตัวแล้วถูกจับกลับไป
จือเฉาโกรธมากจนคิดจะเอาหัวโขกกำแพงฆ่าตัวตาย
แต่ในตอนนั้น ซูโหยวก็เดินเข้ามา “เจ้ายังจำที่ท่านอ๋องเคยบอกเจ้าได้หรือไม่?”
จือเฉาตกตะลึง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...