แต่เขามิได้อยากฆ่าลั่วชิงยวน คนที่มีความสามารถเช่นนี้ หากสามารถใช้งานได้ก็สามารถลบล้างคำครหาที่ว่าเขามีพรสวรรค์ธรรมดาได้
เก่งกาจด้วยตัวเองอาจจะมิได้ยิ่งใหญ่เสมอไป
ทว่าหากสามารถปราบคนที่เก่งกว่าสิบเท่า ร้อยเท่าได้ นั่นแหละที่น่าเกรงขาม!
เหมือนกับลั่วชิงยวน!
“ได้ ข้าจะหาวิธี” ฉินอี้ตอบรับอย่างใจเย็น
......
เพื่อหายา ลั่วชิงยวนจึงพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมในเมืองหลวงหลายวัน
แล้วให้สิบวายร้ายไปตามหาบัวถวายตามโรงหมอและร้านโอสถ
แต่สุดท้ายก็มิพบ
โฉวสือชีกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้สมุนไพรชนิดนี้หาได้มิยาก แต่ช่วงนี้มิรู้ว่าเป็นอะไร หาบัวถวายมิได้เลย”
“ตามหาไปทั่วก็ไม่มีใครมี จะขโมยก็ไม่มีที่ให้ขโมย”
โฉวสือชีรู้สึกจนปัญญาเป็นครั้งแรก
ลั่วชิงยวนมีสีหน้าเคร่งขรึม เหตุใดจู่ ๆ บัวถวายจึงหายากขึ้นมา
“ถามโรงหมอและร้านโอสถหรือยังว่าเมื่อใดจะมีมาขาย?”
โฉวสือชีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถามแล้ว แต่พวกเขาก็บอกว่าไม่มี มิรู้ว่าเมื่อใดจะมี”
“แต่ข้าดูแล้ว ตอนนี้คงจะหายาก”
“ถึงมี ก็คงไม่มีใครยอมขาย”
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะไอออกมา “แค่กแค่กแค่กแค่ก...”
“ดูเหมือนว่าร่างกายของเจ้าจะแย่ลงแล้ว” โฉวสือชีมองนางด้วยความเป็นห่วง
ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง “คงยังมิตายในเร็ว ๆ นี้หรอก”
“ข้าจะออกไปถามหาเอง!” โฉวสือชีรีบออกไป
ลั่วชิงยวนก็ออกไปเดินเล่น เพราะอยากจะลองหาบัวถวาย ตามถนนหนทางต่างก็พูดคุยกันว่ามีสตรีนางหนึ่งปราบสิบวายร้ายได้
เมื่อเดินผ่านโรงน้ำชาก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันเรื่องอื่น
“ได้ยินว่ามีสงครามอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นแคว้นเทียนเชวียที่มาโจมตีพวกเรา แต่แปลกนัก อีกฝ่ายมีแค่ร้อยกว่าคนเท่านั้น”
ได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็หยุดเดินทันใด
“ใคร? พาคนมาร้อยกว่าคนมิใช่มาตายหรือไร? ใครจะทำสงครามโดยพาคนมาร้อยกว่าคน? คงเป็นทัพหน้ากระมัง?”
อีกคนกล่าวว่า “มิใช่ พาคนมาร้อยกว่าคนจริง ๆ เหมือนจะเป็นท่านอ๋องเจ้าสงครามแห่งแคว้นเทียนเชวีย”
“เร็วเข้า! ไปให้เร็วที่สุด!” ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน
โฉวสือชีหันมามองนางด้วยความเป็นห่วง “ร่างกายของเจ้าทนการเดินทางแบบนี้ไหวหรือ?”
“มิต้องสนใจข้า”
โฉวสือชีจนใจ จึงได้แต่ควบม้ารีบไปชายแดน
สายลมพัดผ้าคลุมและเส้นผมของลั่วชิงยวน ใบหน้าของนางซีดเซียว ราวกับร่างจะปลิวหายไปกับสายลมได้ทุกเมื่อ
โฉวสือชีมิกล้าชะลอ เขารู้สึกว่าคนข้างหลังร้อนใจและกังวล เพราะเสื้อของเขาถูกจับแน่น
โฉวสือชีรีบเดินทางอย่างรวดเร็วที่สุด
แต่ก็ยังคงใช้เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน
เมื่อลงจากหลังม้า ลั่วชิงยวนก็ขาอ่อนจนเกือบจะล้มลง
โฉวสือชีรีบช่วยพยุงนาง
ตอนนี้เป็นเช้าวันที่สองแล้ว
สัมผัสแสงแห่งรุ่งอรุณ สายลมยามเช้าพัดพาความชุ่มฉ่ำของน้ำค้าง
ผมของนางเปียกชื้น มองป่าข้างหน้าด้วยใบหน้าซีดเซียว เห็นได้ชัดว่าสงครามยุติลงแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...