นางลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อหลบ ทว่าหาได้มีทางหลบได้ไม่ เงาดำหลายร่างจับร่างจองนางเหวี่ยงไปมา
ร่างของนางราวกับใบไม้ที่ถูกลมพัดปลิวไปมา ชนกำแพง ชนประตู ชนต้นไม้จนเลือดไหลออกมา
ดูน่าเวทนายิ่งนัก
มีคนหลายคนยืนดูความเคลื่อนไหวในเรือนจากในที่มืดระยะไกล แล้วต่างหัวเราะอย่างพึงพอใจ
“คิดว่าจะเก่งแค่ไหนกันเชียว กล้ามาท้าทายจั๋วฉ่างตงที่หอรักษ์ดารา สุดท้ายก็ได้แค่นี้”
“ความจริงนางก็มิได้เก่งหรอก มิรู้ว่าปราบสิบวายร้ายได้อย่างไร”
“ส่งไปอีกสองตัว! ทรมานอีกสักรอบ อีกสองวันข้างหน้าเมื่อไปหอรักษ์ดารา นางอาจจะยอมแพ้ไป!”
พูดจบ พวกเขาก็เปิดกล่องที่ผนึกด้วยยันต์แปดทิศ และกระดาษยันต์หนึ่งแผ่นก็เริ่มควบคุมสิ่งของในกล่องให้บินออกมา
ทันใดนั้นก็มีเท้าข้างหนึ่งยื่นออกมาเตะกล่องคว่ำ
สิ่งที่พุ่งออกมาทันทีนั้นส่งเสียงคำรามอันน่าสยดสยอง ทำให้หลายคนตกใจพลันรีบถอยหลังหลบกันไป
“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึไร!” หลายคนรีบลุกขึ้นตะโกนใส่อวี๋โหรวที่เตะกล่องคว่ำ
พวกเขาลุกขึ้นยืน ทุกคนตัวสูงกว่าอวี๋โหรว
ยิ่งทำให้อวี๋โหรวดูตัวเล็กดูน่ารังแก
แต่อวี๋โหรวกลับมองพวกเขาด้วยแววตาเย็นชา “พอได้แล้ว!”
“หากทำให้นางตาย ข้าจะดูว่าเฉินชีจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร!”
พูดจบ อวี๋โหรวก็หันหลังเดินออกไป
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะโกรธ แต่เมื่อนึกถึงเฉินชีก็พลันรู้สึกขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง
มีคนหนึ่งพูดว่า “ช่างเถอะ อย่างไรแล้วก็แค่ให้เรามาทดสอบวรยุทธ์ของนาง นางตอบโต้มิได้ด้วยซ้ำ หากทรมานนางจนตาย แล้วจะทำอย่างไรเล่า?”
พวกเขาจึงรีบเก็บของในเรือนออกไป
พลันรีบออกจากสถานที่นั้น
ลั่วชิงยวนพิงกำแพงในเรือนอย่างอ่อนแรง นางเช็ดเลือดที่มุมปาก
นางมองไปยังทิศทางที่เงาดำพวกนั้นหนีไปพร้อมกับสายตาที่เย็นชา
......
ยามค่ำคืนอันมืดมิด
ในป่าลึก ร่างในชุดดำกุมหน้าอกวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
มีเสียงฝีเท้าไล่ตามมากมาย
ใบหน้าของฟู่เฉินหวนเต็มไปด้วยคราบเลือด ทั้งร่างเปียกโชกเลือด เขาวิ่งไปข้างหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่เหมือนกับว่า มิว่าเขาจะวิ่งอย่างไรก็มิอาจสลัดหนีเหล่าทหารที่ไล่ตามมาได้
เฉินชีมิใช่คนที่หลอกง่ายเลย การต่อสู้จบไปนานแล้ว แต่ยังคงส่งคนมาค้นหาในป่า
เมื่อแสงจากคบเพลิงหายไป ฟู่เฉินหวนจึงมองอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวัง “เจ้าเป็นใคร!”
“ข้าเป็นใครมิสำคัญ เจ้านายของข้าอยากพบเจ้า”
จากนั้น อีกฝ่ายก็พาฟู่เฉินหวนไปยังสถานที่ที่ห่างไกล
ใต้ชะง่อนหินผา
เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำ
ทั้งสองพบกันในความมืด
“เจ้าเป็นใคร?” ฟู่เฉินหวนมองอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวัง
อีกฝ่ายยกยิ้ม ไขว้มือไว้ด้านหลังขณะกล่าวว่า “เจ้ามาแคว้นหลีเพื่อตามหาลั่วชิงยวนใช่หรือไม่?”
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลง
“ข้าสามารถช่วยเจ้าได้”
“มากับข้าสิ”
ฟู่เฉินหวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าต้องรู้ก่อนว่าเจ้าเป็นใคร”
อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ “ฉินอี้ องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นหลี”
“ยินดีที่ได้รู้จัก อ๋องผู้สำเร็จราชการ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...