“ได้ยินมาว่านางจะประลองกับจั๋วฉ่างตงที่หอรักษ์ดาราในวันพรุ่ง”
แม้หลายปีมานี้จั๋วฉ่างตงจะมิได้ดำรงตำแหน่งขุนนางใด ๆ แต่กำลังความสามารถของนางก็ถือว่าโดดเด่นที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันอย่างแน่นอน
“แล้วเจ้ามิช่วยนางเล่า? เหตุใดจึงปล่อยให้นางขโมยโอสถทะลวงปราณไป?”
ขณะนี้ เฉินชีที่อยู่ในห้องเดินออกมาอย่างช้า ๆ พร้อมมองไปยังทิศทางที่ลั่วชิงยวนหนีไปด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
ริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“ข้าชอบที่เห็นนางอยู่ในสภาพบาดเจ็บเลือดตกยางออก”
“ยิ่งนางจนมุมข้าก็ยิ่งปรีดา”
เฒ่าโอสถขมวดคิ้วและส่ายหัวด้วยอารมณ์ซับซ้อน “สตรีบ้านไหนได้เจอเจ้า ถือว่าโชคร้ายที่สุดจริง ๆ”
……
หลังจากกลับมาถึงห้องอย่างปลอดภัยแล้ว ลั่วชิงยวนก็รีบเปลี่ยนอาภรณ์และนั่งขัดสมาธิบนตั่งนุ่มข้างหน้าต่าง
นางหยิบโอสถทะลวงปราณ และนำเข็มทิศอาณัติแห่งสวรรค์ออกมาทำการบำเพ็ญตน
แค่คืนเดียวก็เพียงพอที่จะนำเอาประสิทธิภาพสูงสุดของโอสถทะลวงปราณออกมาได้
แม้จะมิสามารถฟื้นฟูพลังยุทธได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็สามารถฟื้นคืนมาได้อย่างน้อยเจ็ดถึงแปดในสิบส่วน
เพียงแค่จัดการกับจั๋วฉ่างตงได้ก็พอแล้ว
……
วันต่อมาเวลารุ่งสาง
บริเวณรอบ ๆ หอรักษ์ดาราเต็มไปด้วยผู้คน
สถานที่แห่งนี้ถือเป็นจุดชมปรากฏการณ์บนท้องฟ้ายามค่ำคืน และเป็นแท่นประลองที่ยอดเยี่ยมในยามกลางวันเช่นกัน
สถานที่แห่งนี้กว้างขวางเป็นอย่างมาก
เหล่านักบวชเกือบทั้งสำนักต่างพากันมา รวมถึงใบหน้าที่คุ้นเคยและมิคุ้นเคยอีกมากมาย
แม้แต่เฉินชีก็มาด้วย เขามากับเวินซินถง ทั้งสองนั่งกันคนละฟากของแท่นประลอง กำลังไขว้ขามองนางด้วยความสนใจ
ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังอันร้อนแรง
ลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นชุดสีขาวทั้งตัว เมื่อนางเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ก็เห็นว่ารูปร่างของนางดูผอมซูบอ่อนแรงราวกับจะถูกพัดหายไปกับสายลมได้ทุกเมื่อ
แม้ผู้คนจะดูถูกลั่วชิงยวนที่มีสภาพอ่อนแอเช่นนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนอย่างนางก็ยังได้รับการยอมรับตากเชื้อสายของเหล่านักบวช เพราะหากมีคนที่อ่อนแอป่วยไข้เช่นนี้จริง ๆ ก็มักจะถูกขับไล่ไปทันทีแล้ว
เพราะสำหรับกลุ่มสำนักนักบวชแล้วนั่นถือเป็นขยะไร้ค่า
ซึ่งลั่วชิงยวนก็เป็นเช่นนั้น
แต่พวกเขาก็ยังคงประหลาดใจกับโฉมหน้าของลั่วชิงยวน
“ถึงจะคุ้มกับ… หน้าตางาม ๆ ของเจ้าหน่อยมิใช่หรือ?”
น้ำเสียงของจั๋วฉ่างตงหยาบคายอย่างยิ่ง นางยิ้มพร้อมกับเชิดคางของลั่วชิงยวนขึ้น
ลั่วชิงยวนปัดมืออีกฝ่ายออกไปด้วยท่าทีเย็นชา
“คาดมิถึงว่าสตรีด้วยกันเช่นเจ้าจะจิตใจสกปรกถึงเพียงนี้”
“ได้ ข้าตกลงตามเงื่อนไขของเจ้า แต่หากเจ้าแพ้ เจ้าก็จะต้องมีจุดจบเช่นเดียวกัน!”
ลั่วชิงยวนจ้องมองนางด้วยสายตาดุร้าย
นัยน์ตาของจั๋วฉ่างตงส่องประกายอาฆาต นางหันหลังกลับและเดินตรงไปที่แท่นประลอง
ลั่วชิงยวนก็ตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน
เมื่อแท่นประลองของหอรักษ์ดาราได้เปิดฉากเริ่มต้น มันจะมิสิ้นสุดจนกว่าจะได้เห็นการนองเลือด
ดวงตาของจั๋วฉ่างตงเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางกำหมัดแน่นและโจมตีตรงมาที่ด้านหน้าของลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนตอบโต้อย่างรวดเร็ว โดยเอนหลังเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี นางยกขาขึ้นกวาดออกไป ทำให้หลบได้อย่างรวดเร็ว
จั๋วฉ่างตงที่คาดมิถึงว่าลั่วชิงยวนจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ จู่ ๆ ก็สะดุดและเซไปหลายก้าวกว่าจะทรงตัวได้
มีเสียงอุทานมาจากทุกทิศทาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...