“สตรีนางนี้ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งนัก”
“การตอบสนองเร็วเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การเอาชนะคู่ต่อสู้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
“พลังความสามารถของจั๋วฉ่างตงนั้นสูงมาก แม้แต่บรรดาคนที่อยู่ที่นี่ก็ยังมีเพียงมิกี่คนเท่านั้นที่สามารถเอาชนะนางได้”
ผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้ ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นแล้ว
ทว่าขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน ทันใดนั้นจั๋วฉ่างตงก็ล้มลงอย่างแรง
เมื่อทุกคนจ้องมองไปและแน่ใจว่าคนที่ลอยตกลงมาคือจั๋วฉ่างตง พวกเขาก็พากันตกตะลึงงัน
“ข้าเห็นมิชัดเลย จั๋วฉ่างตงกระเด็นออกไปได้อย่างไรกัน?”
ทุกคนต่างสงสัย
จั๋วฉ่างตงกระอักเลือดและเงยหน้ามองคนผู้นั้นด้วยความตกตะลึง ดวงตาของนางเยือกเย็นจนน่าหวาดกลัว
เป็นไปได้อย่างไรกัน
นางเป็นขยะไร้ค่ามิใช่รึ
คราวก่อนที่ส่งคนไปทดสอบ ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไม่มีพลังที่จะรับมือได้เลย เป็นไปมิได้ที่จู่ ๆ นางจะเปลี่ยนมาร้ายกาจถึงเพียงนี้!
จั๋วฉ่างตงมิยอมรับ นางดีดตัวขึ้นและพุ่งไปหาลั่วชิงยวนอีกครั้ง
ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา ร่างกายของนางเคลื่อนไหวรวดเร็วจนกลายเป็นภาพลวงตา พลางปล่อยหมัดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ลั่วชิงยวนต่อยจั๋วฉ่างตงอย่างรุนแรงจนกระเด็น จากนั้นคว้าข้อมือของนางและดึงกลับมา แล้วต่อยที่หน้าท้องของจั๋วฉ่างตงก่อนจะใช้ฝ่ามือโจมตีอย่างต่อเนื่อง
ด้วยพลังจากฝ่ามือเพียงครั้งเดียว ทำให้จั๋วฉ่างตงอาเจียนเป็นเลือด ทั่วทั้งร่างมีเสียงกระดูกแตกร้าวดังกร๊อบแกร๊บ
มีคนร้องอุทานว่า “หมัดบดกระดูกเก้าดารา!”
สุดท้ายนางก็ถูกลั่วชิงยวนเตะกระเด็น
จั๋วฉ่างตงนอนอยู่บนพื้นมิสามารถขยับได้แม้แต่น้อย และยังรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสไปทั่วทั้งร่าง
นางกระอักเลือดและมองเงาร่างสีขาวด้วยความตกตะลึง
ทุกคนที่อยู่นอกแท่นประลองก็ร้องขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“ข้ามิได้ตาฝาดใช่หรือไม่ หมัดบดกระดูกเก้าดารา! นั่นเป็นวิชาหมัดที่นักบวชระดับสูงคนก่อนเป็นผู้คิดค้นมิใช่หรือ?”
“นางทำเช่นนั้นได้อย่างไร?”
ทุกคนล้วนพากันตกตะลึง
มิน่าเชื่อว่าคนป่วยอ่อนแอเช่นนี้จะสามารถเอาชนะจั๋วฉ่างตงได้
เวินซินถงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้จะหมดความอดทนเต็มที
โดยเฉพาะตอนที่ได้เห็นหมัดบดกระดูกเก้าดารา
การโจมตีครั้งนี้ไร้ซึ่งความปรานี
ต้องขอบคุณคนที่อยู่ภายนอกที่สามารถช่วยจั๋วฉ่างตงไว้ได้ทันเวลา จึงทำให้นางรอดชีวิตไปได้
มิฉะนั้น ด้วยอาการบาดเจ็บของจั๋วฉ่างตง หากนางถูกโยนออกไปอีกครั้ง ชีวิตของนางก็จะตกอยู่ในอันตราย
เกาเหมียวเหมี่ยวจ้องมองลั่วชิงยวนอย่างดุร้าย “ก่อนหน้านี้ข้ามิสามารถฆ่าเจ้าได้ แต่ตอนนี้เวลาประจวบเหมาะ! ตายเสีย!”
เกาเหมียวเหมี่ยวฟาดแส้ไปที่ลั่วชิงยวนด้วยความโกรธเกลียดอย่างไร้ที่เปรียบ
ลั่วชิงยวนหลบด้วยความประหม่า
อาวุธของเกาเหมียวเหมี่ยวมิใช่อาวุธธรรมดา ลั่วชิงยวนที่ใช้มือเปล่า ประกอบกับแส้ยาว ทำให้นางเข้าใกล้เกาเหมียวเหมี่ยวมิได้เลย และได้กลายเป็นฝ่ายถูกกระทำ
ถึงอย่างไรมันก็ยากที่จะรับมือ เกาเหมียวเหมี่ยวจึงใช้โอกาสนี้ฟาดแส้รัดข้อเท้าของนาง
ทำให้ลั่วชิงยวนล้มฟาดลงกับพื้นอย่างแรง
ยังมิทันที่ลั่วชิงยวนได้หลบ เกาเหมียวเหมี่ยวก็ฟาดแส้ลงมาอย่างแรงอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนที่ถูกแส้ฟาดรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับถูกเฉือนเนื้อออกไป
เกาเหมียวเหมี่ยวระบายความโกรธอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะนั้นก็เงยหน้ามองเฉินชีที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ด้วย
“เฉินชี! หากเจ้ามิขอร้องข้า ข้าจะตีนางให้ตายไปเสีย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...