ลั่วชิงยวนถูกแส้ฟาดจนกระอักเลือด ทำให้อาภรณ์ชุดขาวของนางมีรอยเปื้อนสีแดง
มีรอยแส้ที่น่าสะเทือนใจพาดอยู่บนหลังของนางเป็นเส้น ๆ
ทุกคนที่อยู่รอบนอกต่างรู้สึกหวาดกลัว
มีคนที่อดมิได้ที่จะกระซิบขึ้นว่า “มิยุติธรรมเลย คนหนึ่งมีอาวุธ แต่อีกคนไม่มี นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ มิใช่หรือ”
“ชู่! พระนางเป็นองค์หญิง ถึงพระนางจะจงใจฆ่าลั่วชิงยวน แล้วใครจะพูดอะไรได้ ระวังไว้เถิด หากนางจับได้ เจ้าได้เดือดร้อนแน่”
ทุกทิศมีแต่ความเงียบงัน
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ใครใช้ให้เกาเหมียวเหมี่ยวเป็นองค์หญิงเล่า?
นางคือองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานมาตั้งแต่ยังเล็ก
นางกลายเป็นคนเย่อหยิ่งบ้าอำนาจ และวิธีการของนางเลวทรามมิน้อยไปกว่าเฉินชีเลย
ทุกคนในที่นี้ล้วนไม่มีใครกล้าขัด
ทว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยลั่วชิงยวนได้ แต่คนผู้นั้นกลับนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ พลางมองลั่วชิงยวนที่ถูกฟาดบนพื้นจนร่างกายเต็มไปด้วยเลือด
มีแสงประกายเจิดจ้าอยู่ในดวงตาของเขา
และเจือไปด้วยความยินดีปรีดา
ลั่วชิงยวนกลิ้งไปบนพื้นและทันใดนั้นก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก
นางเงยหน้าขึ้นมาและเห็นสายตาที่แสดงถึงความตื่นเต้นดีใจของเฉินชี เขามองนางพลางเลิกคิ้วและพูดว่า “ขอร้องข้าสิ ขอร้องให้ข้าช่วยเจ้า”
เสียงอันแผ่วเบานี้ทำให้หัวใจของลั่วชิงยวนสั่นสะท้าน
เหตุใดเฉินชีจึงมีปฏิกิริยาเช่นนั้น?
นางได้กินโอสถจตุรธาตุไปแล้ว
หากฟู่เฉินหวนได้มาเห็นสภาพของนาง เขาคงมิสามารถทนเห็นลั่วชิงยวนเป็นอันตรายได้แม้แต่น้อย
หรือว่าเฉินชีกลายเป็นบ้าไปแล้ว?
สำหรับคนปกติแล้วยิ่งใส่ใจมากเท่าไร ก็จะยิ่งทนเห็นอีกฝ่ายเจ็บปวดได้น้อยลงเท่านั้น
แต่ยิ่งเฉินชีใส่ใจ เขากลับยิ่งตื่นเต้นดีใจมากขึ้นที่เห็นอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บอย่างนั้นหรือ?
ลั่วชิงยวนแอบก่นด่าอยู่ในใจพลางกำหมัดแน่น
ขณะนั้น เกาเหมียวเหมี่ยวก็ค่อย ๆ หยิบแส้ขึ้นมาอีกครั้งและมองไปที่เฉินชี “ดูเหมือนว่าเจ้ามิคิดจะขอร้องข้าแล้วสินะ”
ทว่าขณะนั้น ลั่วชิงยวนก็ยกเท้าเกี่ยวแส้ยาวไว้ นางใช้สองมือคว้าแส้ยาวและพันกับมือของเกาเหมียวเหมี่ยว
เกาเหมียวเหมี่ยวตะลึงงันไปชั่วขณะ ขณะที่พยายามจะดิ้นให้หลุด นางก็ประหลาดใจเมื่อพบว่าลั่วชิงยวนพันข้อมือของนางไว้แน่น
เพียงตวัดมือกลับ ก็สามารถจับแขนของนางไขว้หลังได้ทันที
ลั่วชิงยวนลงมืออย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี นางใช้แส้ยาวเป็นเชือกมัดเกาเหมียวเหมี่ยวและพันคอของอีกฝ่ายอย่างแน่นหนา
นางถีบเกาเหมียวเหมี่ยวลงกับพื้นและผูกปมที่ด้านหลัง
ร่างกายเปื้อนเลือดของนางเหยียบหลังเกาเหมียวเหมี่ยวอย่างดุดันรุนแรง
“เจ้าประเมินตัวเองสูงไปมากนัก ไม่มีแส้นี้แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”
ดวงตาของลั่วชิงยวนเยือกเย็นและดุร้าย
นางยกมือเช็ดเลือดตรงมุมปาก
นอกแท่นประลองมีแต่ความเงียบงัน
ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
“นางเป็นบ้าไปแล้วรึ? กล้าเหยียบองค์หญิงเลยหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...