ลั่วชิงยวนตกตะลึง อารมณ์ความรู้สึกของนางดำดิ่ง
เป็นไปตามที่นางคาดเดาเอาไว้ว่ามิเหลือแม้แต่ศพอย่างนั้นหรือ?
“มิพบศพด้วยซ้ำ” อวี๋โหรวกล่าวเสียงขรึม
ดวงตาของลั่วชิงยวนหม่นลง ดูเหมือนว่าร่างนั้นจะถูกกำจัดไปแล้วจริง ๆ ส่วนจะกำจัดอย่างไรและทิ้งไว้ที่ไหน บางทีอาจมีเพียงฆาตกรเท่านั้นที่รู้
“น่าเสียดายจริง ๆ” ลั่วชิงยวนทอดถอนใจด้วยความเสียดาย
อวี๋โหรวจ้องนางด้วยสายตาจริงจังและพูดอย่างหนักแน่น “มิน่าเสียดายหรอก ข้าเชื่อว่าเจ้าจะกลายเป็นนางคนต่อไป!”
ทันใดนั้น สายตาที่จริงจังของอวี๋โหรวก็ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
และยังสงสัยด้วยว่าอวี๋โหรวจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างหรือไม่
ทว่าแม้แต่ศิษย์น้องหญิงก็จำนางมิได้ อีกทั้งอวี๋โหรวก็มิได้สนิทสนมกับนาง แล้วจะจำนางได้อย่างไร
ลั่วชิงยวนยิ้มและกล่าวว่า “ข้าจะถือว่านั่นคือคำปลอบใจก็แล้วกัน”
อวี๋โหรวพูดอย่างจริงจัง “ข้ามิได้ปลอบใจเจ้า ข้าพูดจริง”
หลังจากนั้น อวี๋โหรวก็ยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ทางข้ายังพอมียาอยู่บ้าง หากเจ้าต้องการอะไรก็บอกข้าได้เลย”
ลั่วชิงยวนมิค่อยเข้าใจว่า เหตุใดอวี๋โหรวถึงทำดีกับนาง
นางมิค่อยรู้จักอวี๋โหรวมากนัก ในภาพจำของนาง อวี๋โหรวเป็นเพียงแม่นางที่อ่อนแอมากคนหนึ่งเท่านั้น
แต่ยามนี้เมื่อเห็นสายตามุ่งมั่นและจริงจังของนาง ลั่วชิงยวนก็คิดว่าอวี๋โหรวต้องเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งมาก
เพราะในดวงตาของนางไม่มีความขลาดกลัวหรือการหลบเลี่ยง แต่มีแววตาที่แน่วแน่เป็นอย่างยิ่ง
“หากให้พูดตรง ๆ ตอนนี้ข้าต้องการเครื่องยาสมุนไพร”
“ชื่อว่าบัวถวาย”
“แต่ ณ เมืองหลวงในเวลานี้คงไม่มีของสิ่งนั้นแล้วล่ะ”
“มิรู้ว่าทางสำนักนักบวชพอจะมีหรือไม่?”
เมื่อคืนที่ไปหอปรุงโอสถนางได้ลองหาดูแต่ก็พบว่าไม่มีบัวถวาย
มิรู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ ของสิ่งนี้ถึงขาดแคลน
แม้แต่ทางเฒ่าโอสถก็ยังไม่มี
ต้องรอดูว่าคนอื่น ๆ ในสำนักนักบวชจะมีสิ่งอยู่ในมือหรือไม่
อวี๋โหรวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “บัวถวายรึ?”
“ได้ ข้าจะไปดูให้”
“องค์ชายใหญ่น่าจะเข้าพระทัยวรยุทธ์ของตัวพระองค์เองดีที่สุด”
คำดูถูกที่อยู่ในประโยคดังกล่าวทำให้ฉินอี้กำหมัดแน่น สีหน้าของเขาโกรธจัด “เช่นนั้นก็ให้ข้าก็ขอลองดูหน่อยเถอะ”
เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เรือนถูกทำลาย ทั้งสองจึงออกจากเรือนมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ฉากต่อสู้เกิดขึ้นบนทุ่งหญ้าอันกว้างขวางด้านนอก
ลั่วชิงยวนยับยั้งใจตนเองและค่อย ๆ ทดสอบวรยุทธ์ของฉินอี้
ในมิช้าการต่อสู้ระหว่างทั้งสองก็ดึงดูดผู้คนจำนวนมากล้อมวงเข้ามาชม
มีการถกเถียงกันมากมายทั่วทุกแห่ง ทุกคนต่างรู้ดีว่าองค์ชายใหญ่มาเพื่อแก้แค้นแทนองค์หญิง
และยังรู้อีกว่าองค์ชายใหญ่เอ็นดูน้องสาวผู้นี้มากที่สุด
เมื่อไรก็ตามที่เกิดเรื่องกับองค์หญิง องค์ชายใหญ่จะเป็นผู้ที่พุ่งออกมาอยู่ด้านหน้าเสมอ
แม้เขาจะถูกดูแคลนว่าความสามารถธรรมดามาหลายปี แต่เมื่อเขาพบเครื่องยาสมุนไพรหายากบางชนิดที่สามารถช่วยในการฝึกวรยุทธ์ได้ เขาก็มักจะมอบสมุนไพรเหล่านั้นให้องค์หญิงก่อน
ดังนั้นจึงไม่มีใครแปลกใจที่ตอนนี้ฉินอี้จะมาที่นี่
เพียงแต่สงสัยมากกว่าว่า ใครจะเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ระหว่างลั่วชิงยวนและฉินอี้
เริ่มแรก ทั้งสองดูเหมือนจะมีวรยุทธ์ทัดเทียมกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...