ภายในห้องบรรทมอันโอ่อ่า
ฉินอี้เดินมาที่ข้างเตียงด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ยามนี้เกาเหมียวเหมี่ยวได้ทำแผลและกินโอสถเรียบร้อยแล้ว แต่ใบหน้าของนางยังคงซีดอยู่เล็กน้อย
เมื่อเห็นฉินอี้เดินมาหาด้วยใบหน้าฟกช้ำและเปื้อนเลือด เกาเหมียวเหมี่ยวจึงมองเขาด้วยความมิอยากเชื่อ
“ท่านแพ้ลั่วชิงยวนรึ?”
ฉินอี้ขมวดคิ้วเป็นปม พลางมองบาดแผลของเกาเหมียวเหมี่ยวด้วยความกังวลและพูดว่า “เหมียวเหมี่ยว บาดแผลเจ้าสาหัสมาก ช่วงสองวันนี้เจ้าควรพักผ่อนให้ดีก่อน อย่าเพิ่งเดินไปไหนมาไหนเลย”
ทว่าเกาเหมียวเหมี่ยวกลับมิได้สนใจในความห่วงใยของฉินอี้
นางจ้องมองฉินอี้ด้วยความโมโหแล้วยกฝ่ามือฟาดไปหนึ่งฉาด
ฉินอี้มิประหลาดใจแม้แต่น้อย แต่กลับมองเกาเหมียวเหมี่ยวด้วยสีหน้าจริงจังและเป็นห่วง
“เหมียวเหมี่ยว...”
เกาเหมียวเหมี่ยวโมโหมากจนเอามือฟาดเขาสองครั้งติดต่อกัน
และแสดงความเกรี้ยวกราดออกมา “ขยะไร้ค่า! ขยะไร้ค่า!”
“ท่านเป็นถึงองค์ชายผู้สูงส่ง แต่กลับถูกลั่วชิงยวนจัดการจนมีสภาพเช่นนี้ อับอายจนมิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด!”
เกาเหมียวเหมี่ยวโกรธจนแทบอยากจะฉีกลั่วชิงยวนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ดวงตาของฉินอี้หรี่ลง แต่กลับมิได้โกรธ เขาเดินไปข้างหน้าและปลอบนาง “เหมียวเหมี่ยว อย่าโกรธไปเลย”
“เป็นพี่ใหญ่เองที่ไร้ประโยชน์และมิสามารถแก้แค้นให้เจ้าได้”
“แต่มิเป็นไรหรอก นางมิรอดแน่!”
เกาเหมียวเหมี่ยวโมโหมากจนอยากจะไปหาเรื่องลั่วชิงยวนอีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดที่บาดแผลก็ทำให้นางถึงกับต้องงอตัว
ฉินอี้รีบประคองนาง “เหมียวเหมี่ยว อย่าดื้อเลย พักผ่อนก่อนเถิด!”
เกาเหมียวเหมี่ยวถูกส่งกลับไปที่เตียง
นางจ้องไปที่ฉินอี้ด้วยความมิพอใจและพูดด้วยความโกรธ “หม่อมฉันจะไม่มีทางปล่อยให้ลั่วชิงยวนได้อยู่อย่างสุขใจเด็ดขาด!”
“เจ้าวางใจเถิด” ฉินอี้พูดปลอบ
หลังจากกำชับด้วยความเป็นห่วงอยู่หลายคำ ฉินอี้ก็จากไปอีกครั้ง
……
ด้านลั่วชิงยวนถูกนำตัวไปที่คุกใหญ่
แขนขาของนางถูกล่ามโซ่ นางถูกคุมตัวอยู่ในห้องขัง
แสงสลัวและอากาศที่ชื้นหนาวทำให้ลั่วชิงยวนนึกถึงความทรงจำอันน่ากลัวบางส่วนขึ้นมา นางอดมิได้ที่จะรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง
หลังจากถูกขังไว้ครู่หนึ่ง นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินมาอย่างเชื่องช้าและสม่ำเสมอดังขึ้นจากด้านนอก
นางไม่มีอะไรจะพูด
ความเงียบของลั่วชิงยวนทำให้ฮองเฮาเการู้สึกราวกับตนกำลังออกหมัดต่อยฝ้าย นางกล้าขัดขืนอำนาจของฮองเฮาอย่างนั้นรึ!
“ดี หวังว่าเจ้าจะปิดปากเงียบไปได้ตลอด หากอีกประเดี๋ยวเจ้ากล้าส่งเสียงแหกปากออกมา ข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสีย!”
หลังจากนั้นฮองเฮาเกาก็ให้คนนำเก้าอี้มาให้นางนั่งตรงข้ามกับลั่วชิงยวน และหยิบถ้วยชาขึ้นมา
จากนั้นองครักษ์ก็เข้ามาในห้องขังพร้อมกับแส้ยาว
เขาฟาดมันใส่ลั่วชิงยวนอย่างแรงโดยมิลังเล
ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงจนผิวเนื้อหนังฉีกขาดในทันที
ลั่วชิงยวนกัดฟันแน่นและมิส่งเสียงออกมา
แส้ถูกฟาดลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในห้องขังนั้นเต็มไปด้วยเสียงเฆี่ยนตี
ฮองเฮาซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาเย็นชาหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยในดวงตาของนาง สตรีนางนี้ช่างหัวแข็งเสียจริง!
ฮองเฮาเกายิ้มเย็น พลางวางถ้วยชาลงแล้วพูดเนิบ ๆ “ตัวข้าเองก็เป็นคนดื้อรั้นเช่นกัน”
“หากเจ้ามิอ้าปากส่งเสียง ข้าก็จะเฆี่ยนเจ้าจนกว่าจะยอม และข้าก็จะตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสีย!”
“มาดูกันว่าเจ้าจะอดทนได้อีกนานเท่าไร”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...