ทันทีที่คำกล่าวเหล่านี้หลุดออกมา
ร่างกายของฟู่เฉินหวนก็แข็งทื่อ
ดวงตาของฉินอี้เต็มไปด้วยความคาดหวังอันร้อนแรง
ตั้งแต่เล็กจนโต แม้เขาจะเป็นองค์ชาย แต่ก็มีเพียงมิกี่คนที่ให้ความเคารพเขา
แม้กระทั่งน้องสาวของเขาเองก็มักจะลงมือทำร้ายเขาบ่อย ๆ โดยมิไว้หน้ากันเลยแม้แต่น้อย
ส่วนคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคืออ๋องผู้เป็นเทพสงครามเทพแห่งแคว้นเทียนเชวียและผู้สำเร็จราชการผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้า
เขาจึงตั้งตารอที่จะได้เห็นฟู่เฉินหวนคุกเข่าด้วยความเคารพ
ฟู่เฉินหวนกำหมัดแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ที่จริงเขาสามารถเจรจากับฉินอี้ได้ และมีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายที่เขาสามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้
ทว่าการเจรจาต้องอาศัยยุทธวิธีและที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องมีจิตใจที่สงบมั่นคง
แต่ในเวลานี้ ฟู่เฉินหวนมิสามารถทำเช่นนั้นได้
เขาแทบจะรอมิไหวแล้ว
ดวงตาของเขาขรึมลง พลางยกเสื้อคลุมขึ้นและคุกเข่าลง
เสียงดังตึงเมื่อเข่ากระทบพื้นนั้นเจือไปด้วยความอึดอัดกลัดกลุ้ม แต่เป็นเสียงที่ฉินอี้ฟังแล้วรู้สึกสบายหูเป็นอย่างยิ่ง
มิอาจปฏิเสธได้ว่าตอนนี้เขาพอใจอย่างถึงที่สุด
นี่เป็นความรู้สึกที่เขาพยายามเสาะหามาตลอดหลายปีแต่ก็มิเคยได้มันมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลานี้ คนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาคือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นเทียนเชวีย
เป็นผู้ที่สูงส่งเกินเอื้อมในแคว้นเทียนเชวีย
ตลอดชีวิตนี้ของฟู่เฉินหวนคงคุกเข่าแค่ต่อหน้าเสด็จพ่อของเขาเท่านั้นกระมัง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉินอี้ก็คลี่ยิ้มพอใจ
“ดี ในเมื่อเจ้าจริงใจเช่นนี้ ข้าจะช่วยเจ้าก็แล้วกัน”
พูดจบ ฉินอี้ก็สาวเท้าไปที่ห้องขัง
จากนั้นฟู่เฉินหวนก็ค่อย ๆ ยืนขึ้นพลางมองไปที่ห้องขังด้วยความกังวล และเฝ้าดูลั่วชิงยวนที่เนื้อตัวเปื้อนเลือดจากการถูกทรมานอยู่ในระยะไกล
เมื่อมองตามหลังฉินอี้ไป เขาก็มุ่งหวังอย่างร้อนใจว่าฉินอี้จะเดินให้เร็วกว่านี้
ฉินอี้มาถึงห้องขัง
น้ำเสียงของฮองเฮาเย็นชาเป็นอย่างมาก ต่อหน้าองครักษ์ในที่แห่งนี้ นางมิได้ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย
แม้ฉินอี้จะชินชากับมันมานานแล้ว แต่ตอนนี้เขาก็ยังคงรู้สึกอับอายที่ถูกตำหนิ
ทว่าฉินอี้มิยอมแพ้และยังคงคิดหาแผนรับมืออย่างรวดเร็ว
ลั่วชิงยวนที่อยู่ในสภาพใกล้ตายเฝ้าดูฮองเฮาเกาและฉินอี้
แม่ลูกคู่นี้ช่างน่าสนใจนัก
ฮองเฮาเกามิโปรดองค์ชายผู้นี้ และโปรดเพียงเกาเหมียวเหมี่ยวผู้เป็นธิดาเท่านั้น
ทุกคนรู้ดีว่าฮองเฮาเกาโปรดปรานเกาเหมียวเหมี่ยวมากกว่า
ล้วนพูดกันว่า องค์ชายมีความสามารถธรรมดาและมิคู่ควรกับบัลลังก์ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้นฮองเฮาจึงมิโปรดเขา
แต่ลั่วชิงยวนกลับล่วงรู้ถึงสิ่งสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้
เมื่อเห็นว่าเฉินชียังมามิถึง
ลั่วชิงยวนจึงมิคิดที่จะรออีกต่อไป
บนใบหน้าซีดเซียวของนางปรากฏรอยยิ้มขึ้น นางมองไปที่ฉินอี้ “เหตุใดองค์ชายใหญ่ถึงต้องพยายามโน้มน้าวด้วยหรือเพคะ บางทีหากท่านมีความสามารถพิเศษโดดเด่น ฮองเฮาอาจทรงเหลียวแลท่านมากกว่านี้ก็ได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...