ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย นิยาย บท 1289

"ตอนนี้มิว่าท่านจะตรัสอะไรไปก็ไร้ประโยชน์”

“ไม่มีใครสนใจหรอกเพคะ”

ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ออกมา สีหน้าของฉินอี้และฮองเฮาเกาก็เปลี่ยนไป

ฮองเฮาเกาจ้องนางด้วยสายตาดุร้าย

นางยิ้มเยาะ “ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปากแล้วรึ? อย่าลืมที่ข้าพูดไว้สิว่า หากเจ้าพูดข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสีย!”

จากนั้นนางก็ส่งสายตาเป็นนัยให้องครักษ์

องครักษ์สองคนก้าวไปข้างหน้า คนหนึ่งจับไหล่ของลั่วชิงยวน อีกคนหยิบมีดขึ้นมา

เตรียมตัวพร้อมลงมือ

ฉินอี้ตกใจและครุ่นคิดอย่างรวดเร็วว่าจะทำอย่างไรดี

ลั่วชิงยวนยังมิยอมแพ้ รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง “องค์ชายใหญ่ทรงเคยคิดหรือไม่เพคะว่าเหตุใดวรยุทธ์ของท่านถึงหยุดนิ่งมิพัฒนาไปไหน?”

“เหตุใดถึงเรียนรู้ได้ช้า แม้จะทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า แต่ก็ยังมิสามารถเรียนรู้ได้เท่ากับที่คนอื่นทำได้”

“นั่นมีเหตุผลอยู่เพคะ”

“ที่จริงแล้ว ทั้งหมดมิใช่เป็นเพราะพรสวรรค์ที่ธรรมดาเพคะ”

“แต่มีพิษชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า…”

เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น ฉินอี้ก็ตกใจเป็นอย่างมาก

ฮองเฮาเการีบกระชับเสื้อของนางด้วยความกังวล สีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

และขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังจะพูดออกมานั้น

แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงอันเยือกเย็นดังขึ้นจากข้างนอก “การที่ฮองเฮาทรงกักขังและลงโทษคนของกระหม่อมตามใจชอบเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

จากนั้นเฉินชีก็ปรากฏตัวขึ้นที่นอกประตูคุกด้วยท่าทางดุดันน่ากลัว

เขาเข้ามาขัดจังหวะคำพูดของลั่วชิงยวนพอดี

ฮองเฮาเการู้สึกโล่งใจอย่างอธิบายมิถูก

นางเหลือบมองไปยังเฉินชีที่เข้ามาในห้องขังแล้วพูดอย่างเย็นชา “แม่ทัพเฉินรู้ด้วยสินะว่านี่คือคนของเจ้า”

“คนของเจ้าทำร้ายองค์หญิง เจ้ามีตำแหน่งเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ก็ควรจะต้องถูกลงโทษด้วยมิใช่รึ?”

เสียงอันเยือกเย็นนั้นเต็มไปด้วยพลังความน่าเกรงขาม

เฉินชีโค้งคำนับเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยขอโทษสั้น ๆ “สำหรับเรื่องขององค์หญิง กระหม่อมต้องขอประทานอภัยจากฮองเฮาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“แม้ว่าองค์หญิงจะทรงพุ่งเข้าไปในหอรักษ์ดาราด้วยตัวพระนางเองและรบกวนการประลอง แต่พระนางก็ถูกลั่วชิงยวนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย