นางจ้องมองไปยังเฉินชีพลางเอ่ยว่า “โอสถนี้ก็แค่บำรุงรักษาร่างกายทั่วไป มิได้มีผลอะไรต่อข้าในยามนี้”
เฉินชีกลับกล่าวตอบ “ร่างกายของเจ้าในยามนี้มิอาจกินยาแรงได้ ตำรับยานี้สามารถรักษาบาดแผลภายนอกของเจ้าได้”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วมุ่นมองเขา “แต่ยามนี้ข้าต้องการโอสถรักษาบาดแผลภายใน”
“โอสถของเจ้าเพียงรักษาที่ปลายเหตุ มิได้รักษาที่ต้นเหตุ!”
เฉินชียังคงยืนกรานในความคิดของตน “วางใจเถิดอาเหลา โอสถที่ข้าให้เจ้ากินนั้นย่อมเหมาะสมแก่เจ้าที่สุด”
“เจ้าพักผ่อนให้ดี ข้ายังต้องเข้าวังไปอีกครั้ง”
“เรื่องของเกาเหมียวเหมี่ยวยังมิได้สะสาง”
“เจ้าพักอยู่ที่นี่ให้สบายใจ ไม่มีผู้ใดกล้าทำร้ายเจ้าหรอก”
กล่าวจบ เฉินชีก็จากไป
อีกทั้งยังจัดแจงให้คนมาส่งโอสถแก่ลั่วชิงยวนด้วย
ลั่วชิงยวนพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนของเฉินชีสองวันแล้ว ทุกวันจะมีนางรับใช้มาเปลี่ยนผ้าพันแผลและเสื้อผ้าให้ตรงเวลา
โอสถที่นำมาให้ก็ล้วนเป็นไปตามตำรับของเฉินชี
ทว่าลั่วชิงยวนรู้ซึ้งถึงอาการของตนดีว่า ร่างกายของตนนั้นจำต้องได้รับการรักษาด้วยโอสถใด
ตำรับยาของเฉินชีนั้นเป็นเพียงยาบำรุงร่างกายและให้สารอาหารแก่ร่างกายนี้ แต่การบำรุงเพียงอย่างเดียวนั้นมิอาจทำให้หายขาดได้
ต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าจะหายได้
นางจะทนรอได้อย่างไร
ในวันที่นางพยายามพยุงกายลุกขึ้นจากเตียงนั้นเอง นางได้เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู
สตรีผู้นั้นแต่งกายเหมือนนางระบำ คิ้วและดวงตาของนางมีส่วนคล้ายคลึงกับนางในสมัยก่อนอยู่หลายส่วน
คงเป็นคนใกล้ชิดของเฉินชี
และในขณะนี้ สตรีผู้นั้นกำลังมองนางด้วยสายตาหวาดระแวงเจือด้วยความริษยา
“เหตุใดจึงมิเข้ามา?”
หลานจีตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ห้องนี้มิใช่ว่าผู้ใดก็สามารถย่างกรายเข้ามาได้”
“เจ้าเป็นใคร?”
ลั่วชิงยวนตอบกลับ “ข้ามีนามว่าลั่วชิงยวน”
เมื่อหลานจีได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ นางเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ยามนี้ในเมืองหลวงมีผู้คนร่ำลือกันว่ามีสตรีผู้หนึ่งนามว่าลั่วชิงยวนสามารถสยบสิบวายร้ายได้
แท้จริงแล้วคือนางงั้นหรือ?
แววตาของหลานจีทวีความชิงชังมากขึ้น
ลั่วชิงยวนคุ้นเคยกับสายตาที่เปี่ยมด้วยความริษยาเช่นนี้เป็นอย่างดี
ลั่วชิงยวนชะงักฝีเท้า
คนในรถม้าเหมือนจะได้ยินเสียง จึงเปิดม่านขึ้นมามอง
ลั่วชิงยวนเห็นว่าคนที่อยู่ในรถม้าคืออวี๋โหรว
นางจึงรีบเดินเข้าไปหา
ยังมิทันได้เอ่ยปาก อวี๋โหรวก็กล่าวขึ้นก่อน “รีบขึ้นมาเถิด”
ลั่วชิงยวนขึ้นไปบนรถม้า อวี๋โหรวเอื้อมมือมาประคอง จากนั้นสั่งให้ออกรถมุ่งหน้าเข้าวังทันที
ลั่วชิงยวนประหลาดใจเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่?”
อวี๋โหรวตอบว่า “ข้ามารอเจ้า”
ได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึงยิ่งนัก “รอข้าหรือ?”
อวี๋โหรวพยักหน้า “ข้ารู้ว่าเจ้าถูกฮองเฮาพาตัวไป และรู้ว่าเฉินชีช่วยเจ้าออกมา”
“ข้ามีของสิ่งหนึ่งจะมอบให้เจ้า”
อวี๋โหรวหยิบกล่องผ้าไหมออกมายื่นให้ลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนเปิดออก ดวงตาพลันเป็นประกาย
“บัวถวาย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...