ลั่วชิงยวนยกยิ้มอย่างใจเย็น “องค์ชายใหญ่ใส่ใจเรื่องนี้ถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ?”
ฉินอี้ขมวดคิ้วมุ่น มองนางด้วยสีหน้าจริงจัง “แน่นอน! แท้จริงแล้วเจ้ารู้อะไรกันแน่!”
วันนั้นในคุกใต้ดิน เกือบจะได้ฟังคำพูดต่อจากนั้นของลั่วชิงยวนแล้วแต่กลับถูกเฉินชีขัดจังหวะเสียก่อน
หลังจากกลับไป เขาก็ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด
เขาอาจมิใส่ใจเรื่องราวในอดีตได้ แต่นี่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเขา! เขาจะมิใส่ใจคงมิได้!
ลั่วชิงยวนกลับยกยิ้ม “องค์ชายใหญ่เชื่อจริงจังเลยหรือ?”
“วันนั้นหม่อมฉันเพียงต้องการเอาชีวิตรอด จึงพูดจาเหลวไหลไปเท่านั้น”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ฉินอี้ก็ตกตะลึงไปทั้งร่าง
มองนางด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว “เจ้าว่ากระไรนะ?!”
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วขึ้น “หม่อมฉันมิอยากพูดซ้ำสอง”
ฉินอี้โกรธจนอยากจะลงมือ แต่ก็อดกลั้นไว้ เขาไม่มีทางต่อกรกับลั่วชิงยวนได้
สุดท้ายก็ได้แต่จากไปด้วยความขุ่นเคือง
เมื่อเห็นฉินอี้จากไป เงาร่างที่แอบฟังอยู่ก็รีบจากไปเช่นกัน
อาการของฉินอี้นั้นมีสาเหตุจริง แต่เรื่องนี้ยังมิอาจบอกให้ฉินอี้รู้ได้
เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่
หากพูดออกไป ปัญหาที่นางจะต้องเผชิญจะมิใช่เพียงเรื่องราวตรงหน้าเหล่านี้
หากไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย นางจะมิเอ่ยปาก
ที่พูดออกไปในคุกใต้ดิน เพราะสถานการณ์ตอนนั้นคับขัน นางจำต้องรักษาชีวิตตัวเอง
ตอนนั้นจึงพูดออกไปในวินาทีสุดท้าย
......
ภายในตำหนักอันหรูหรา ฮองเฮากำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์
นางกำนัลรีบเข้ามากราบทูล นำคำพูดของลั่วชิงยวนในตอนนั้นมากล่าวซ้ำ
ฮองเฮาได้ฟังก็ประหลาดใจเล็กน้อย
“นางพูดเช่นนั้นจริงหรือ?”
ฮองเฮายกยิ้มอย่างเย็นชา “ข้ายังคิดว่านางรู้เรื่องอะไรเสียอีก”
“แล้วทางองค์ชายใหญ่เล่า?”
ฮองเฮากล่าวอย่างราบเรียบ “มิต้องสนใจหรอก”
คำพูดนี้เตือนสติฉินอี้
ใช่แล้ว ลั่วชิงยวนมาจากแคว้นเทียนเชวีย
ถึงแม้นางจะรู้มาก แต่ก็เป็นไปมิได้ที่จะรู้ในสิ่งที่เขามิรู้
ความรู้สึกผิดหวังพลันแล่นปราดเข้ามาในจิตใจ
“ดี ข้าเข้าใจแล้ว”
ฉินอี้ถอนหายใจ ก้าวเดินจากไป แต่ก็พลันนึกอะไรขึ้นได้จึงหันกลับมากล่าวกับฟู่เฉินหวนว่า
“ช่วงนี้เกิดเรื่องประหลาดในตระกูลมู่ แก้ไขมิได้ จำต้องขอความช่วยเหลือจากนักบวชระดับสูง ข้าคาดว่าเฉินชีจะต้องให้นักบวชระดับสูงพาลั่วชิงยวนไปด้วยแน่นอน”
“เพื่อแย่งชิงความดีความชอบจากเรื่องนี้”
“ข้าต้องการให้เจ้าไปขัดขวางเฉินชี”
“ถึงตอนนั้นเจ้าอาจจะต้องเป็นศัตรูกับลั่วชิงยวน แต่เจ้าต้องจำไว้ว่า เจ้ากำลังต่อสู้กับศัตรูตัวฉกาจอย่างเฉินชี”
“หากมิกำจัดเฉินชี เจ้าก็จะไม่มีวันได้พบกับสตรีที่เจ้ารัก”
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววล้ำลึก “ข้าเข้าใจแล้ว”
ฉินอี้ตบไหล่เขา “จะรอฟังข่าวดีจากเจ้า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...