ซูเซียงพูดด้วยรอยยิ้ม “มัวอึ้งอะไรอยู่ รีบกินเถิด”
“ที่นี่ขาดแคลนอาหาร อย่าได้สิ้นเปลืองเลย”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ยามนี้ข้ายังมิค่อยหิว เดี๋ยวหิวแล้วข้าค่อยกินแล้วกัน จะได้ประหยัดด้วย”
ซูเซียงมิได้สังเกตเห็นความระแวดระวังของลั่วชิงยวนในยามนี้ เพียงแค่กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ได้สิ เพียงแต่ยามค่ำคืนก็จงเข้านอนแต่หัววัน”
“อย่าได้ออกจากหมู่บ้านในยามาราตรีเด็ดขาด!”
ซูเซียงขยับเข้ามาใกล้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลั่วชิงยวนตกตะลึง “เหตุใด?”
“อย่าถามเลย อย่างไรก็ฟังข้าเถิด ยามค่ำคืนอย่าออกไปข้างนอกและอย่าออกจากหมู่บ้านเด็ดขาด! มิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น!”
กล่าวจบ ซูเซียงก็มองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ดูเหมือนจะตระหนักได้ว่ายามนี้ค่ำแล้ว จึงรีบบอกลา แล้วลุกขึ้นเดินออกไป
ลั่วชิงยวนยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองซูเซียงรีบเดินกลับไปยังเรือนของตนอย่างรวดเร็ว
ภายใต้แสงจันทร์นั้นเห็นได้ชัดว่านางมีเงา
แสดงว่านางเป็นมนุษย์
แล้วเหตุใดบนกระดาษแผ่นนั้นจึงบอกว่านางมิใช่มนุษย์?
หรือว่าเนื้อหาบนกระดาษแผ่นนั้นมีความหมายอื่นซ่อนอยู่?
นางกลับไปยังโต๊ะ แล้วตรวจสอบอาหารอีกครั้ง
ทันใดนั้นเอง บนประตูก็ปรากฏเงาดำ
ลั่วชิงยวนหรี่ตาเดินเข้าไปเปิดประตู สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสตรีคนที่เคยเจอเมื่อยามกลางวัน
เพียงแต่ยามนี้ สายตาที่อีกฝ่ายมองนางไม่มีความข่มขู่แล้ว
“มีธุระอันใด?”
อีกฝ่ายเม้มริมฝีปากแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าชื่อฉีเสวี่ยเวย เราเคยพบกันเมื่อยามกลางวัน”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าอย่างใจเย็น
ฉีเสวี่ยเวยมองไปด้านนอกด้วยความระแวดระวัง จากนั้นกล่าวด้วยความตื่นตระหนก “เข้าไปคุยกันในห้องเถิด”
เมื่อเข้าไปในห้องแล้วฉีเสวี่ยเวยก็ปิดประตูในทันที
นางกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะ แล้วถามว่า “เจ้ายังมิได้กินใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนประหลาดใจเล็กน้อย “กระดาษแผ่นนั้น เจ้าเป็นคนเขียนหรือ?”
“คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นบุรุษ”
“เจ้างดงามเพียงนี้ ซูเซียงหลอกลวงเจ้ามาก็เพื่อมอบให้ชายเหล่านั้นเสพสุข”
“มิเช่นนั้นเจ้าคิดว่า สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ทำอะไรมิได้ อยู่ที่หมู่บ้านไปจะมีประโยชน์อันใดเล่า?”
ลั่วชิงยวนได้ฟังก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ก็มีเหตุผลอยู่บ้าง”
“ดังนั้นเจ้ารีบหนีไปเถิด ก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นอาหารของพวกเขา” ฉีเสวี่ยเวยเลิกคิ้วขึ้น
“ข้าจะคิดดูก่อน ยามนี้ค่ำแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“ขอบคุณที่บอกกล่าว”
ฉีเสวี่ยเวยมิรู้ว่าลั่วชิงยวนคิดอะไร สิ่งที่ควรพูดนางก็พูดไปหมดแล้วจึงหันหลังกลับไป
เมื่อประตูปิดลง ลั่วชิงยวนก็นั่งลงที่โต๊ะ แล้วมองดูอาหารบนโต๊ะ
ลั่วชิงยวนครุ่นคิด หยิบตะเกียบขึ้นมา
แล้วกินไปสองสามคำ
นางมิพบว่าอาหารมีอะไรผิดปกติเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...