“มิใช่ว่าข้าจงใจดับฝันเจ้า แต่เพราะบนเขาลูกนี้ นอกเหนือจากหมู่บ้านนี้แล้วล้วนอันตรายทั้งสิ้น”
“เจ้าคงนึกมิถึงว่า เมื่อคนกลุ่มนี้ขึ้นภูเขาครั้งแรกรวมกันแล้วมีถึงร้อยกว่าคน”
“แต่ในยามนี้เหลือรอดเพียงสิบกว่าคน”
“บางทีบนภูเขาอาจยังมีผู้คนรอดชีวิตอยู่บ้าง แต่ก็คงมีน้อยนิด”
“แทนที่เจ้าจะไปเสี่ยงภัย อยู่ที่หมู่บ้านนี้จะดีเสียกว่า”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ใจ
ได้แต่หวังว่าโฉวสือชีและคนอื่น ๆ จะยังมีชีวิตอยู่
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ยิ่งต้องออกตามหาพวกเขา
“ข้าตัดสินใจแล้ว คนใบ้จะไปกับข้า จะต้องไม่มีกระไรเกิดขึ้น”
ซูเซียงตกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็มิอาจขวางได้ พวกเจ้าต้องระวังตัวด้วย”
เมื่อกินอาหารเสร็จ ลั่วชิงยวนและคนใบ้ก็ออกเดินทาง
เนื่องจากมิรู้ว่าถูหมิงและคนอื่น ๆ ไปที่ใด ลั่วชิงยวนจึงมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ยังมิเคยไปเมื่อวาน
บนเขาลูกนี้มีอันตรายมากมาย มีกลลวงมากหลาย หากประมาทอาจติดกับดักและออกไปมิได้
ตลอดทาง ลั่วชิงยวนพบเห็นศพมากมาย
มีทั้งศพที่ตายมาได้มิกี่วันและศพที่เหลือเพียงกระดูก
ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งพบศพมากขึ้น
ส่วนใหญ่ถูกสัตว์ร้ายทำร้าย
ลั่วชิงยวนย่อตัวลงตรวจสอบศพ ศพนั้นถูกกัดกินไปครึ่งหนึ่งแล้ว น่าสยดสยองยิ่งนัก
เมื่อลุกขึ้น ลั่วชิงยวนก็ขมวดคิ้วมองไปยังคนใบ้
“ข้าคิดว่าบนเขาลูกนี้มิได้มีเสือดำเพียงตัวเดียว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนใบ้ก็มองนางด้วยความประหลาดใจ
ลั่วชิงยวนชี้ไปยังศพ “ร่องรอยบาดแผลนี้คล้ายกับของฝูเหมิ่งเมื่อวาน มีเพียงร่างใหญ่เช่นนั้นเท่านั้นที่สร้างบาดแผลเช่นนี้ได้”
“พวกเราเดินมาตลอดทาง พบศพมากมาย เป็นไปมิได้ที่จะเป็นฝีมือของเสือดำตัวเมื่อวานตัวเดียวทั้งหมด”
หากเป็นเช่นนั้น คนในหมู่บ้านก็จงใจปิดบังพวกเขา
แต่ก็เป็นเรื่องปกติ หากผู้ที่สามารถขึ้นสู่ยอดเขาได้มีเพียงคนเดียวก็แสดงว่าทุกคนที่มาที่นี่คือคู่แข่ง
คนใบ้มองนางด้วยความมิเข้าใจ
ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ที่นี่อาจเป็นจุดไขปริศนาก็เป็นได้”
“น่าจะสามารถขึ้นภูเขาจากด้านหลังนี้ได้ แต่เราต้องกลับมาที่นี่ในเวลาที่กำหนดเพื่อรอให้จุดรวมพลังกลับมา มีถนนอยู่ด้านหลังนี้”
ลั่วชิงยวนเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ใกล้จะดับลงแล้ว
“วันนี้ไม่มีเวลาแล้ว วันพรุ่งค่อยมาใหม่เถิด”
คนใบ้พยักหน้า
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้หักดังมาจากดงหนามด้านหลัง คนใบ้หันกลับไปมองอย่างระแวดระวัง
ลั่วชิงยวนจับแขนเขาไว้ “มิจำเป็นต้องตื่นตระหนก อาจเป็นเพียงนกก็ได้”
ลั่วชิงยวนมองเข้าไปในป่าลึก แล้วหันหน้ากลับไป
ทั้งสองพักดื่มน้ำกันข้างบ่อน้ำพุร้อน
ในป่าเงียบสงัด คนใบ้ใช้กิ่งไม้เขียนบนพื้นว่า เจ้าพบนางแล้วหรือ?
ลั่วชิงยวนพยักหน้า แล้วยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “มิจำเป็นต้องตื่นตระหนก นางมิได้เป็นภัยต่อพวกเรา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...